posttoday
โฆษณาประกันชีวิตดีจริงหรือ

โฆษณาประกันชีวิตดีจริงหรือ

10 ตุลาคม 2556

หากท่านติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต จะพบเห็นโฆษณาของบริษัทประกันภัย โดยจูงใจให้ทำประกันชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งการประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการประกันความมั่นคงตลอดกาลในการมีชีวิตอยู่ของคน แต่มีประเด็นหลายเรื่องที่มีการร้องเรียนมายังทนายคลายทุกข์จำนวนมากที่บริษัทประกันภัยชีวิตควรจะได้หันกลับมามองตัวเองและทบทวนวิธีการที่จะหาลูกค้า ดังนี้

หากท่านติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต จะพบเห็นโฆษณาของบริษัทประกันภัย โดยจูงใจให้ทำประกันชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งการประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการประกันความมั่นคงตลอดกาลในการมีชีวิตอยู่ของคน แต่มีประเด็นหลายเรื่องที่มีการร้องเรียนมายังทนายคลายทุกข์จำนวนมากที่บริษัทประกันภัยชีวิตควรจะได้หันกลับมามองตัวเองและทบทวนวิธีการที่จะหาลูกค้า ดังนี้

1.สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตบังคับให้ลูกค้าต้องทำประกันชีวิตไปพร้อมกับอนุมัติบัตรเครดิต ซึ่งต่อมาไม่มีความสามารถในการชำระหนี้เพราะต้องจ่ายหลายทาง สุดท้ายก็ต้องเบี้ยวหนี้บัตรเครดิตต้องขึ้นโรงขึ้นศาล นี่ก็เป็นตัวอย่างการเอาเปรียบผู้บริโภคของสถาบันการเงิน ที่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะตามมากับผู้บริโภค

2.บริษัทผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์บังคับให้ผู้ที่ขอสินเชื่อเช่าซื้อต้องทำประกันชีวิต มิฉะนั้นจะไม่อนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้เกิดภาระทางการเงินกับผู้เช่าซื้อ สุดท้ายก็ถูกยึดรถเพราะไม่มีปัญญาผ่อน เนื่องจากภาระเกินกำลังตัวเอง

3.ธนาคารบังคับให้ผู้ที่ขอวงเงินกู้หรือวงเงินเบิกเงินเกินบัญชีต้องทำประกันชีวิต มิฉะนั้นจะไม่อนุมัติสินเชื่อ

4.การโฆษณาให้บริการประกันชีวิตของผู้สูงอายุ โดยโฆษณาว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

ปรากฏว่า เมื่อมีผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตาย (มรณกรรม) บริษัทประกันก็อาศัยความสัมพันธ์กับโรงพยาบาล แพทย์ ตรวจสอบย้อนหลังทั่วราชอาณาจักรว่า เคยป่วยหรือเคยรักษาพยาบาลที่ไหนบ้าง หลังจากนั้นก็นำมาเป็นเหตุในการบอกล้างกรมธรรม์และคืนเบี้ยประกันชีวิตทั้งหมดโดยไม่ได้รับดอกเบี้ยตอบแทน ทำให้ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำต้องเสียโอกาส หลงเชื่อ หลงทางไปกับบริษัทประกันชีวิตแทนที่จะนำเงินไปหาประโยชน์อย่างอื่น กลับต้องเก็บหอมรอมริบส่งรายวันให้กับบริษัทประกัน สุดท้ายก็ได้รับหนังสือแจ้งจากบริษัทประกันชีวิตว่า “บริษัทขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของญาติของท่าน และคณะกรรมการสินไหมประกันชีวิตได้พิจารณาแล้ว มีความเสียใจที่ไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยค่าสินไหมทดแทนตามที่ท่านเรียกร้องมาได้ และโดยหนังสือฉบับนี้ บริษัทขอบอกล้างสัญญาประกันชีวิตตามกรมธรรม์ประกันภัยข้างต้น โดยบริษัทจะคืนเงินค่าเบี้ยประกันภัยที่ได้รับนับแต่วันที่ต่ออายุกรมธรรม์หักด้วยหนี้สินหรือจำนวนเงินใดๆ ที่บริษัทได้จ่ายไปแล้ว (ถ้ามี) ให้เป็นเช็คผ่านตัวแทนเพื่อส่งมอบแก่ท่านต่อไป”

ผมขอแนะนำว่า ถ้าผู้เอาประกันรายใดไม่อยากได้รับการปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนเมื่อตาย ก็ควรที่จะแจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้กับตัวแทนประกันภัยว่า ตั้งแต่เกิดมาเป็นโรคอะไรบ้าง รักษาโรคที่ไหนบ้าง จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคภัยต่างๆ เพราะถึงแม้ว่าบริษัทประกันชีวิตจะมีข้อกำหนดอะลุ่มอล่วยผ่อนผันให้ผู้เอาประกันไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถาม ไม่ได้หมายความว่า ผู้เอาประกันจะสามารถโกหกหรือปกปิดความจริงเกี่ยวกับโรคที่ตัวเองรู้อยู่แล้วได้ แต่ผู้เอาประกันก็ยังมีหน้าที่ตามกฎหมายและตามสัญญาจะต้องบอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรักษาหรือโรคที่เคยรักษาในอดีต เพราะการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคหรือการรักษาถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

เพราะถ้าบริษัทประกันรู้ขณะที่ท่านมาขอทำประกันชีวิตก็อาจจะไม่รับประกันหรือเรียกเบี้ยประกันสูงกว่าปกติก็เป็นได้

ตัวบทกฎหมายอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 865 ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดีหรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ มิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป

การรู้ข้อความจริงของบริษัทประกันภัย

มาตรา 866 ถ้าผู้รับประกันภัยได้รู้ข้อความจริงดังกล่าวในมาตรา 865 นั้นก็ดี หรือรู้ว่าข้อแถลงความเป็นความเท็จก็ดี หรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากใช้ความระมัดระวังดั่งจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชนก็ดี ท่านให้ฟังว่าสัญญานั้นเป็นอันสมบูรณ์

สัญญาประกันชีวิตอาศัยความทรงชีพหรือมรณะในการใช้เงิน

มาตรา 889 ในสัญญาประกันชีวิตนั้น การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง

มาตรา 895 เมื่อใดจะต้องใช้จำนวนเงินในเหตุมรณะของบุคคลคนหนึ่งคนใดท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินนั้นในเมื่อมรณภัยอันนั้นเกิดขึ้น เว้นแต่

(1) บุคคลผู้นั้นได้กระทำอัตวินิบาตด้วยใจสมัครภายในปีหนึ่งนับแต่วันทำสัญญาหรือ

(2) บุคคลผู้นั้นถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา

ในกรณีที่ 2 นี้ท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือให้แก่ทายาทของผู้นั้น

ผู้รับประกันชีวิตได้ใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิตไปแล้วไม่อาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกผู้ที่ทำให้ผู้เอาประกันถึงแก่ความตายได้

มาตรา 896 ถ้ามรณภัยเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก ผู้รับประกันภัยหาอาจจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นได้ไม่ แต่สิทธิของฝ่ายทายาทแห่งผู้มรณะในอันจะได้ค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นหาสูญสิ้นไปด้วยไม่ แม้ทั้งจำนวนเงินอันจะพึงใช้ตามสัญญาประกันชีวิตนั้นจะหวนกลับมาได้แก่ตนด้วย

ตัวอย่างคดีเกี่ยวกับประกันชีวิตในชั้นศาล คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5089/2541

สัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตของ ส. เป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งเพราะอาศัยความมรณะของบุคคลเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามความหมายในมาตรา 889 แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งไม่ได้ให้สิทธิผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิแทนกันได้เหมือนอย่างการประกันวินาศภัย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยเอาค่าเสียหาย ในส่วนนี้ที่โจทก์จ่ายไปจำนวน 100,000 บาท ส่วนค่าเสียหายที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยกรณีบาดเจ็บของ ก. และค่ารักษาพยาบาลก่อนตายของ ส. ที่โจทก์จ่ายไปรายละ 50,000 บาท เป็นการจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ตกลงคุ้มครอง หาใช่เป็นการประกันชีวิตไม่ ถือเป็นค่าเสียหายที่ ก. และ ส. ได้รับจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เมื่อโจทก์จ่ายให้แก่ ก. และ ส. แล้วจึงเข้ารับช่วงสิทธิจาก ก. และ ส. มาฟ้องเรียกค่าเสียหายดังกล่าวจากจำเลยทั้งสามได้ เมื่อหนี้ที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสาม เป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ คำพิพากษานี้จึงมีผลไปถึงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค