
จีนล้มเข้าตลาดไทย
กลต.ยันต้องผ่านหน่วยงานกำกับจีนร่างเกณฑ์รับต่างชาติโดยเฉพาะ
กลต.ยันต้องผ่านหน่วยงานกำกับจีนร่างเกณฑ์รับต่างชาติโดยเฉพาะ
5 บริษัทจีนลูกค้าบริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัสอาร์เอชบีฯ ล้มแผนเข้าตลาดหุ้นไทย รับ ก.ล.ต.ติดเบรก
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทที่เป็นบริษัทจีนทั้งหมด 4 ราย ซึ่งบริษัทรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ได้ยกเลิกแผนการระดมทุนทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากเดิมก่อนหน้าที่เตรียมตัวปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยมีแผนต้องการระดมทุนและเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) ภายใต้เกณฑ์บริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (โฮลดิงคอมพานี) ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้เปิดอนุญาตให้ธุรกิจที่เจ้าของเป็นต่างชาติเข้ามาระดมทุนได้ ขายไอพีโอได้
อย่างไรก็ดี เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ข้อสรุปว่าเกณฑ์โฮลดิงคอมพานีจะอนุญาตให้ใช้กับธุรกิจของไทยที่มีการดำเนินกิจการในต่างประเทศเท่านั้น ขณะที่ธุรกิจต่างชาติต้องเข้าจดทะเบียนในหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อรับบริษัทเหล่านี้เข้าจดทะเบียนทางตรงในฐานะบริษัทต่างชาติที่ต้องได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.ของจีนก่อน จึงจะเข้ามาขอจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้
“จีนต้องการเข้าจดทะเบียนในรูปแบบโฮลดิงคอมพานีโดยไม่ต้องผ่าน ก.ล.ต.จีน เพราะคิวที่จีนตอนนี้ยาวมาก แต่เมื่อถึงเวลาเขาจะมาเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ว่าทำไม่ได้ ทำให้ไม่พอใจ และเกณฑ์ใหม่จะออกมานั้น จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก เพราะบริษัทจีนต้องไปขออนุมัติจาก ก.ล.ต.จีนก่อนที่จะมาขอยื่นกับ ก.ล.ต.ไทย” นายเล็ก กล่าว
นายเล็ก กล่าวว่า สำหรับบริษัทที่ปรึกษาเอเซีย พลัส ต้องปรับโครงสร้างคนทำงานใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ได้ปรับเพื่อรองรับงานเป็นที่ปรึกษาการเงินให้ลูกค้าจีนเหล่านี้
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมีลูกค้าบริษัทจีน 2 ราย ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 3,0004,000 ล้านบาทต่อราย โดยปัจจุบันมีลูกค้าพิจารณายกเลิกแผนการระดมทุนเข้าตลาดหุ้นไทยแล้ว 1 ราย ขณะที่อีก 1 ราย อยู่ระหว่างการรอความชัดเจนของรายละเอียดของเกณฑ์ใหม่จากสำนักงาน ก.ล.ต.
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการจัดทำเกณฑ์การรับบริษัทจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเป็นแห่งแรก เพื่อรองรับบริษัทต่างชาติที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อขออนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ทางตรง ทั้งนี้คาดว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นออกมาได้ภายในปีนี้
น.ส.ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า เป้าหมายมาร์เก็ตแคปใหม่ในปีนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นที่ต้องรอความชัดเจนช่องทางการรับบริษัทต่างชาติเข้าจดทะเบียน เพราะถึงปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีมาร์เก็ตแคปใหม่รวมอยู่ที่ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท







