posttoday
เก็บสินค้าเท่าไหร่ดี?

เก็บสินค้าเท่าไหร่ดี?

08 ตุลาคม 2556

มาตรวัดความ “เก๋า” ของธุรกิจค้าปลีก แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ยอดขายหรือแผนการตลาดสุดเจ๋ง แต่อยู่ที่ความสามารถในการพยากรณ์ระดับสินค้าคงคลัง (Forecast the inventory level) เพื่อให้การไหลของสินค้าราบรื่น ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ตลอดเวลา หากนึกภาพไม่ออก เอาเป็นว่าผู้มีอุปการคุณทุกคนต้องเดินออกจากร้านเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะสามารถหาสินค้าได้ครบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว

มาตรวัดความ “เก๋า” ของธุรกิจค้าปลีก แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ยอดขายหรือแผนการตลาดสุดเจ๋ง แต่อยู่ที่ความสามารถในการพยากรณ์ระดับสินค้าคงคลัง (Forecast the inventory level) เพื่อให้การไหลของสินค้าราบรื่น ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ตลอดเวลา หากนึกภาพไม่ออก เอาเป็นว่าผู้มีอุปการคุณทุกคนต้องเดินออกจากร้านเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะสามารถหาสินค้าได้ครบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว

ฟังแล้วเหมือนง่าย แต่ต้องอย่าลืมว่าร้านค้าปลีกขนาดเล็กมิได้มีเครื่องมือทันสมัยในการตรวจเช็กสต๊อกสินค้าอยู่ตลอด ซ้ำร้ายหากร้านค้าของเราเป็นประเภท “สินค้าตามฤดูกาล” ความสามารถในการพยากรณ์สต๊อกของผู้ประกอบการจะลดฮวบลงอย่างน่าเป็นห่วง เช่น ซาลาเปาเห็ดหอมถูกกวาดหมดตู้นึ่งในช่วงเทศกาลเจ ซึ่งมองเผินๆ อาจดูเหมือนขายดี แต่แท้จริงผู้ประกอบการกำลังเสียโอกาสในการโกยเงินอย่างร้ายแรง เนื่องจากยอดขายช่วงเทศกาลโดยทั่วไปจะคิดเป็น 2040% ของยอดขายทั้งปี ขณะที่ผู้บริโภคก็หงุดหงิด และอาจปันใจไปหาร้านสะดวกซื้อร้านอื่นได้ง่ายๆ

ทริกง่ายๆ เพื่อการพยากรณ์ระดับสินค้าคงคลังช่วงเทศกาลให้แม่นยำมีดังต่อไปนี้

1.การเก็บสินค้าคงคลังต้องเก็บให้พอดิบพอดีตามความต้องการของผู้บริโภค หมายความว่าไม่มากจนเหลือ เนื่องจากผู้ประกอบการต้องเสียค่าเก็บรักษา รวมถึงรับความเสี่ยงจากสินค้าเสียหาย ขณะที่ไม่น้อยเกินไป เพราะลูกค้าจะไม่พอใจและอาจมีผลทางจิตวิทยาว่าสินค้าขายไม่ดี วิธีการง่ายๆ คือ ให้ผู้ประกอบการกำหนดระดับสินค้าที่ต้องสำรองไว้อย่างแน่นอน (เซฟโซน) จากนั้นจึงเพิ่มจำนวนที่พยากรณ์ว่าลูกค้าน่าจะต้องการลงไป เมื่อสินค้าถูกขายและสต๊อกลดต่ำลงจนถึงจุดที่เรากำหนด ผู้ประกอบการ จะสั่งสินค้าโดยคำนวณเวลาจัดส่งให้สินค้ามาถึงพอดีกับที่สินค้าในสต๊อกไม่หมดทะลุระดับเซฟโซนลงไป วิธีนี้นอกจากจะช่วยทำให้สินค้าหมุนเวียนได้อย่างคล่องตัวแล้ว ยังช่วยป้องกันความผิดพลาดกรณีผู้ประกอบการพยากรณ์ความต้องการผู้บริโภคผิด หรือการขนส่งล่าช้ากว่ากำหนด

2.การฝึกพนักงานก็เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการพยากรณ์ระดับสินค้าคงคลังให้แม่นยำ จำเป็นต้องได้รับรายงานยอดขายสินค้าที่ถูกต้อง นั่นหมายความว่าพนักงานต้องจดจำนวนสินค้าคงเหลือบนชั้นอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ความช่างสังเกตของพนักงานขายก็เป็นข้อมูลให้ผู้บริหารพยากรณ์ระดับการขายของสินค้าแต่ละชนิดในแต่ละช่วงดีขึ้น ขณะที่หากพนักงานช่างคุยก็จะได้ความเห็นตรงของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมาฟรีๆ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน