
ทุนมนุษย์
ช่วงนี้มีการจัดอันดับมากมายออกมา แต่ที่ผู้เขียนจะพูดถึงในวันนี้ คือ ดัชนีทุนมนุษย์ ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่จัดทำเป็นครั้งแรกในปีนี้ค่ะ
ช่วงนี้มีการจัดอันดับมากมายออกมา แต่ที่ผู้เขียนจะพูดถึงในวันนี้ คือ ดัชนีทุนมนุษย์ ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่จัดทำเป็นครั้งแรกในปีนี้ค่ะ
ดัชนีนี้เน้นการประเมินทรัพยากรมนุษย์ของแต่ละประเทศในโลก ซึ่งมีการสำรวจทั้งหมด 122 ประเทศ ซึ่งผู้จัดทำบอกว่า เป้าหมายสำคัญของดัชนีคือการช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถตัดสินใจลงทุนด้านทุนมนุษย์ได้อย่างถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่จะตามมาในระยะยาวค่ะ
สำหรับตัวชี้วัดมีด้วยกัน 4 ด้าน ได้แก่ สาธารณสุขและสุขภาพ ที่เกี่ยวกับการมีสุขภาพกายใจที่ดีของคนในชาติตั้งแต่เกิดจนเป็นผู้ใหญ่ ด้านที่ 2 คือ การศึกษา ที่พิจารณาคุณภาพและปริมาณของการศึกษาในทุกระดับ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ของแรงงานในปัจจุบันและอนาคต
ด้านที่ 3 คือ แรงงานและการจ้างงาน ซึ่งดูประสบการณ์ ความสามารถ ความรู้ และการฝึกอบรมประชากรวัยทำงานในแต่ละประเทศ และด้านที่ 4 คือ บรรยากาศที่ส่งเสริมทุนมนุษย์ ทั้งเรื่องของกรอบกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อแรงงานของประเทศ
ผลการประเมินครั้งนี้พบว่า ประเทศไทยของเรามีอันดับในแต่ละด้านแตกต่างกันมากเลยค่ะ ตั้งแต่อันดับ 27 ในส่วนของแรงงานและการจ้างงาน แต่อันดับกลับรูดลงไปถึง 79 เมื่อดูเฉพาะด้านการศึกษาอย่างเดียว ซึ่งหากแยกย่อยในด้านการศึกษา พบว่า อัตราการเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาของไทยอยู่ที่อันดับ 94
นอกจากนี้ ดัชนีด้านการศึกษาส่วนใหญ่ ไทยก็จะอยู่ในอันดับครึ่งหลังของแผงเกือบทั้งสิ้น โดยที่มีอันดับดีสุด คือ คุณภาพของสถาบันการศึกษาด้านบริหารจัดการ ที่ติดอันดับ 45
ขณะที่สิ่งที่ถือเป็น “พื้นฐาน” สำคัญของการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศ อย่าง คุณภาพของโรงเรียนประถม เราอยู่ที่อันดับ 71 พอๆ กับ คุณภาพของการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อันดับ 70
ท่ามกลางความอ่อนแอของการศึกษา ไทยมีจุดเด่นคือ อัตราการว่างงานต่ำมากหากเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก โดยอยู่อันดับ 2 ในแง่อัตราการว่างงานรวม และอันดับ 5 ด้านอัตราการว่างงานของวัยรุ่น แต่ถ้าดูความง่ายในการหาแรงงานที่มีทักษะเหมาะกับงานแล้ว เราอยู่อันดับ 71 ค่ะ
คนว่างงานน้อย แถมยังหาแรงงานฝีมือได้ไม่ง่ายนัก ถ้าผู้มีอำนาจจัดการไม่เร่งหามาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง อนาคตเรามีปัญหาแน่ค่ะ
สำหรับด้านแรงงานนี้ ไทยยังมีจุดอ่อนเรื่องของวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมค่ะ โดยอยู่อันดับ 76 ด้านความสามารถด้านนวัตกรรม และอันดับ 63 ในส่วนของจำนวนบทความด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคต่อจำนวนประชากร 1,000 คน
เห็นรายงานฉบับนี้แล้วก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่เราหลายคนรู้กันอยู่ใช่ไหมคะ เพียงแต่เป็นการตอกย้ำภาพเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าหวังจะเป็น “ฮับ” การศึกษาของอาเซียน เห็นทีต้องออกแรงอีกเยอะค่ะ







