
อสังหากระจายเสี่ยงต่อยอดธุระกิจเช่าหวังกินยาว
แนวโน้มการขยายการลงทุนของกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่นอกจากจะพัฒนาโครงการเพื่อขายแล้ว ต่างมองหาธุรกิจอื่นเพื่อสร้างรายได้ในระยะยาวให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงานให้เช่า คอมมูนิตีมอลล์ ศูนย์การค้า เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนต้องการกระจายความเสี่ยงจากการขายให้มีรายได้ที่แน่นอนเข้ามาต่อเนื่อง รวมถึงการมีธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจรอง เพื่อต่อยอดจากธุรกิจหลัก
แนวโน้มการขยายการลงทุนของกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่นอกจากจะพัฒนาโครงการเพื่อขายแล้ว ต่างมองหาธุรกิจอื่นเพื่อสร้างรายได้ในระยะยาวให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงานให้เช่า คอมมูนิตีมอลล์ ศูนย์การค้า เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนต้องการกระจายความเสี่ยงจากการขายให้มีรายได้ที่แน่นอนเข้ามาต่อเนื่อง รวมถึงการมีธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจรอง เพื่อต่อยอดจากธุรกิจหลัก
อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมของกลุ่มแสนสิริ นอกจากทำให้มีรายได้ต่อเนื่องเข้ามาแล้ว ยังใช้ธุรกิจดังกล่าวเพื่อสื่อสารถึงภาพลักษณ์ในธุรกิจคอนโดมิเนียมเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองอยู่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อโครงการได้ เป็นเหมือนการต่อยอดธุรกิจหลัก ซึ่งทำเลที่แสนสิริเลือกลงทุนโรงแรมทั้งหัวหิน และเขาใหญ่ ล้วนเป็นทำเลที่แสนสิริ เข้าไปบุกตลาดคอนโดมิเนียมแล้ว และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อีก 3 จังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบดังกล่าว คือ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่
สำหรับโรงแรมในเครือแสนสิริ เริ่มลงทุนครั้งแรกที่หัวหิน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ “คาซ่า เดล มาเร่” มีสัดส่วนการเข้าพักเฉลี่ย 50% ล่าสุด ได้เปลี่ยนแบรนด์ใหม่เป็น “เอสเคป โฮเทล คอลเลคชั่น” โรงแรมระดับกลางรูปแบบ บูทิค โฮเต็ล ทำเลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งใช้เงินลงทุนรวม 370 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างรายได้ในระยะยาว เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดหัวเมืองใหญ่มีการเติบโตอย่างมากทำให้ธุรกิจโรงแรมเติบโตตามไปด้วย
คาดว่าจะลงทุนธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตได้ในปีหน้า โดยจะเป็นโรงแรมสูงไม่เกิน 7 ชั้น ไม่เกิน 50 ห้องพัก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการมองหาที่ดิน
ทางด้านโรงแรมเอสเคป หัวหิน ใช้งบในการปรับปรุง 70 ล้านบาท เป็นโรงแรม 46 ห้องพัก ความสูง 2 ชั้น อัตราค่าพักต่อคืน 3,500-4,500 บาท ซึ่งหากอยู่ในหน้าท่องเที่ยวราคาเข้าพักจะขยับขึ้นเป็น 5,0006,000 บาท ต่อคืน โดยจะเปิดให้บริการวันที่ 16 ต.ค.นี้
ขณะที่โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ นั้น ตั้งอยู่ในโครงการ 23 ดีกรี บริเวณถ.ผ่านศึกกุดคล้า ความสูง 3 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักแบบดีลักซ์ จำนวน 48 ห้อง และห้องพักพลูวิลล่า 6 ห้องพัก อัตราค่าเข้าพักต่อคืนใกล้เคียงกับหัวหิน ซึ่งทั้งสองโครงการคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 12 ปีนอกจากนี้ กลุ่มแสนสิริยังมีแผนจะพัฒนาธุรกิจเนเบอร์ฮูด มอลล์ หรือค้าปลีกขนาดเล็กๆ บริเวณสุขุมวิท 77 ใกล้กับโครงการคอนโดมิเนียมของกลุ่มแสนสิริ เพื่อให้บริการกับลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียมบริเวณนี้ โดยในอนาคตรายได้จากธุรกิจโรงแรม ค่าเช่าต่างๆ จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันธุรกิจโรงแรมและรายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงานสิริภิญโญ สร้างรายได้ประมาณ 100 ล้านบาท
ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้น แลนด์ กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมช่วยให้บริษัทมีรายได้หลักที่เข้ามาต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้กลุ่มโกลเด้น แลนด์ลงทุนในธุรกิจโรงแรมอยู่แล้ว เช่น ดับบลิวยู โฮเทล สาทร แต่ก็มีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจโรงแรมต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แผนพัฒนาที่ดินเกือบ 9 ไร่ บริเวณไผ่สิงห์โต คลองเตย ซึ่งเป็นที่ดินเช่าระยะเวลา 30 ปีจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะพัฒนาเป็นโครงการอาคารสำนักงานระดับบีบวก และโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือบัดเจ็ต โฮเต็ล มูลค่ารวม 6,000-7,000 ล้านบาท
“ความต้องการของบัดเจ็ต โฮเต็ล มีสูงขึ้น เห็นได้จากเชนโรงแรมใหญ่ๆ หลายรายหันมาทำตลาดบัดเจ็ต โฮเต็ล จำนวนมาก ซึ่งการที่ย่านไผ่สิงห์โตอยู่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน ใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถพัฒนาโรงแรมลักษณะบัดเจ็ต โฮเต็ล เจาะกลุ่มตลาดสัมมนา และแสดงสินค้าได้ดี โดยโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า” ธนพล กล่าว
เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ มองว่า รายได้จากธุรกิจเช่าเป็นรายได้ที่เข้ามาต่อเนื่อง และสามารถประมาณการได้อย่างชัดเจน รองรับกับความผันผวนของรายได้จากธุรกิจเพื่อขาย ซึ่งในแต่ละปีมีปัจจัยลบหลายประการที่อาจทำให้ยอดขายเติบโตได้ไม่มากเท่ากับปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การลงทุนในสนามกอล์ฟและโรงแรมพัทยา คันทรี คลับ และธุรกิจค้าปลีกเสนา เฟสท์ ย่านเจริญกรุง จะสร้างรายได้ต่อเนื่องที่เข้ามาเสริมรายได้จากการขาย โดยปัจจุบันคอมมูนิตีมอลล์ เสนา เฟสท์เปิดให้บริการแล้ว คาดว่าปีแรก จะสร้างรายได้จากการเช่าอยู่ที่ 5% ของรายได้ทั้งหมด หรือประมาณ 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อีกหลายรายที่ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและค้าปลีกอยู่แล้ว เช่น กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ลงทุนโรงแรมและศูนย์การค้าย่านอโศก กลุ่มศุภาลัย นอกจากจะมีรายได้จากค่าเช่าอาคารสำนักงานย่านพระราม 3 แล้ว ยังมีโรงแรมอีก 2 แห่ง และยังเตรียมลงทุนคอมมูนิตีมอลล์ที่หาดใหญ่ จ.สงขลาด้วย ส่วนค่ายพร็อเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เตรียมลงทุนคอมมูนิตี้มอลล์ย่านรัชดาภิเษก ส่วนค่ายสัมมากร ก็หันมาลงทุนคอมมูนิตีมอลล์อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น
ขณะที่กลุ่มควอลิตี้เฮ้าส์ มีแนวทางที่สวนทางกับรายอื่นๆ ด้วยการปรับนโยบายใหม่ มุ่งเป้าธุรกิจเพื่อขายเป็นหลัก โดยได้ทยอยขายกิจการโรงแรมให้กับนักลงทุนรายอื่น และขายเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจุบันโรงแรมเดิมที่เคยอยู่ในเครือ 4 แห่ง ประกอบด้วย เซนเตอร์พ้อยส์ เพลินจิต ประตูน้ำ สุขุมวิท ซอย 10 และชิดลม ได้ขายเข้ากองทุนเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกหนึ่งแห่งที่สีลมบางรัก อยู่ระหว่างขายเข้ากองทุน
ปัจจัยที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หันมาลงทุนในธุรกิจโรงแรมมากขึ้น ล้วนประเมินว่า หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีกลุ่มลูกค้าจากประเทศอาเซียน รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น จะกระตุ้นให้ธุรกิจโรงแรมคึกคัก จึงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่บรรดาบิ๊กอสังหาฯ ฟันธงว่ามีโอกาสที่ดีรออยู่ข้างหน้า







