posttoday
ลองขับ"มาสด้า2ซีดาน"หรูขึ้นแต่ยังสปอร์ต!!!

ลองขับ"มาสด้า2ซีดาน"หรูขึ้นแต่ยังสปอร์ต!!!

28 เมษายน 2553

มาสด้า2ซีดานนับว่าเป็นรถที่ช่วงล่างและพวงมาลัยให้ความมั่นใจในการขับขี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวและถือเป็นรถเล็กที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งในขณะนี้

มาสด้า2ซีดานนับว่าเป็นรถที่ช่วงล่างและพวงมาลัยให้ความมั่นใจในการขับขี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวและถือเป็นรถเล็กที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งในขณะนี้

โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล/นิธิ ท้วมประถม

ถ้าไม่นับรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ ต้องยอมรับว่ากระแสของมาสด้า 2 ในประเทศไทยนั้น ถือว่าไม่เป็นรองรถยนต์รุ่นใดทั้งสิ้น นับตั้งแต่การเปิดตัวรุ่นแฮชท์แบ็กในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยรุ่นซีดานในช่วงกลางเดือนมีนาคม เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์ที่ทำให้มาสด้าได้ทั้งกล่องทั้งเงิน เพราะไม่ใช่แค่เสียงกล่าวขวัญจะมากเพียงอย่างเดียว แต่ยอดจำหน่ายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย

การประสบความสำเร็จในตลาดแฮชท์แบ็กด้วยการขึ้นแท่นผู้นำเหนือคู่แข่งในตลาดอีก 2 รายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ นอกจากจะตอกย้ำความแรงของรถให้มากขึ้นไป และยังทำให้การเปิดตัวมาสด้า 2 ซีดานในช่วงที่ผ่าน ถูกจับตาเป็นพิเศษว่าจะประสบความสำเร็จต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากรถในตลาดซีดานนั้นมีคู่แข่งที่แข่งแกร่งและมีขนาดของตลาดที่ใหญ่กว่า

มาสด้า เองก็มองตลาดไปในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่าจะมียอดจำหน่ายจากรุ่นซีดานถึง 55% จากยอดจำหน่าย 2.4 หมื่นคันที่ตั้งไว้ในปีนี้ 

ลองขับ"มาสด้า2ซีดาน"หรูขึ้นแต่ยังสปอร์ต!!!

มาสด้า 2 ซีดาน หรือรุ่น 4 ประตู หากมองหาความแตกต่างกับมาสด้า ฮัทช์แบก หรือรุ่น 5 ประตู จากด้านหน้ารถคงยากครับ เพราะยังคงความเป็นสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวอยู่เหมือนเดิม ส่วนด้านหลังปรับมาเป็นแบบซีดาน 4 ประตู ที่ดูแล้วลงตัวไม่น้อย แต่ก็แลกกับความยาวที่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 ไม้บรรทัดเศษ โดยกระโปรงหลังให้พื้นที่บรรจุสัมภาะมากถึง 450 ลิตร

การออกแบบในรุ่นซีดานเมื่อมองด้านข้างของรถ จะให้ความรู้สึกว่าด้านท้ายสูงกว่าด้านหน้าเล็กน้อย ทำให้เหมือนรถพุ่งทะยานไปตลอดเวลา แม้จะดูเหมือนรถท้ายห้อยเนื่องด้วยการออกแบบที่ค่อนข้างทึบของมุมมองด้านหลัง แต่ก็ได้ดีไซน์ของไฟท้ายมาช่วยให้ดูไม่จืดชืดจนเกินไป

ถ้าไม่นับความยาวที่แตกต่างกัน รถคันนี้มีความกว้าง 1,695 มิลลิเมตรและมีระยะฐานล้อ 2,490 มิลลิเมตรเท่ากับรุ่นแฮชท์แบ็ก และมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากแฮชท์แบ็กเล็กน้อย การตกแต่งภายในเปลี่ยนจากเบาะผ้าสีดำมาเป็นสีเบจ เพื่อเน้นความหรูหราให้มากขึ้นตามคอนเซปต์ของตัวรถ

เครื่องยนต์ที่ติดตั้งมายังเป็นเครื่องเอ็มแซดอาร์ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผัน ที่ให้กำลังสูงสุด 103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด หรือหากเป็นเกียร์ธรรมดาก็ 5 สปีด โดยตัวเลขแรงม้าที่น้อยกว่าคู่แข่ง มาสด้าบอกว่าชดเชยด้วยน้ำหนักตัวถังที่เบากว่า และการเซ็ตอัตราทดเกียร์ที่ทำให้การขับขี่เน้นอารมณ์สปอร์ตมากกว่าที่จะเป็นรถยนต์ใช้งานในเมืองทั่วไป

ลองขับ"มาสด้า2ซีดาน"หรูขึ้นแต่ยังสปอร์ต!!!

ขึ้นมานั่งบนตัวรถ ปรับตำแหน่งที่นั่งให้เหมาะสมก็พบว่ามาสด้า 2 ซีดานมีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นมุมมองผ่านกระจกบานไหนก็ไม่มีเสาอะไรมากีดขวางให้เกะกะสายตา ตำแหน่งการขับขี่และเบาะที่นั่งรองรับอย่างลงตัว ทำให้ไม่เหนื่อยล้าในการเดินทางไกล แต่เบาะหลังดูเหมือนจะนั่งไม่ค่อยสบายนัก ยิ่งถ้าเจอคนขับและผู้โดยสารเบาะหน้าตัวยาว ๆ ปรับเก้าอี้มาจนสุด ก็จะเหลือพื้นที่ให้วาขาน้อยมาก เรียกว่าเข่าชนเบาะกันเลยทีเดียว

ช่วงล่างที่ว่าหนึบในรุ่นแฮชท์แบ็ก เมื่อพัฒนามาอยู่ในซีดานก็ถือว่าหนึบมากขึ้นไปอีก การขับขี่ในเมืองให้ความมั่นใจผสมผสานไปกับความสบาย โดยไม่ทิ้งอารมณ์ซูม-ซูมในแบบที่มาสด้าว่าไว้นัก การออกตัวไปถึงช่วงความเร็วกลางยังทำได้ดี แต่หลัง 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้วอาจจะต้องเค้นกำลังจากเครื่องยนต์มากขึ้น 

พวงมาลัยแม่นยำหายห่วงในแบบของมาสด้า แม้จะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ก็มีอาการหนืดที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าที่พบเห็นในรถของเจ้าตลาด ช่วงล่างของซีดานเซ็ตอัพมาแตกต่างจากรุ่นแฮชท์แบ็กเล็กน้อย ถ้าขับเข้าโค้งที่ความเร็วสูงจะมีอาการท้ายดิ้นเพียงเล็กน้อย ถือว่าให้ลองฝีมือในการควบคุมรถให้กลับมาอยู่ในตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้ดิ้นจนน่าหวาดเสียว

การขับทางตรงที่ความเร็วใช้งานกันทั่วไประดับ 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่มีอะไรต้องสงสัยครับ รถคันนี้สอบผ่านไปได้อย่างชิลชิล แถมถ้าไม่ได้ดูเข็มไมล์ขับไปเรื่อย ๆ ความเร็วอาจจะทะลุขึ้นไปถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไม่ยาก เพราะต้องบอกว่าเป็นรถที่ช่วงล่างและพวงมาลัยให้ความมั่นใจในการขับขี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

ลองขับ"มาสด้า2ซีดาน"หรูขึ้นแต่ยังสปอร์ต!!!

อัตราการสิ้นเปลืองของการบริโภคน้ำมันอาจจะไม่ใช่จุดขายหลักมากนักสำหรับรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความเป็นสปอร์ต ซีดาน และก็เป็นอย่างที่ว่าเพราะมาสด้า 2 ซีดานก็ไม่ได้โดดเด่นเรื่องนี้จริง ๆ เมื่อคำนวนจากระบบที่ติดตั้งมาในรถ พบว่าให้อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 11-13 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งแม้จะไม่โดดเด่น แต่ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่ ถ้าขับใช้งานในชีวิตประจำวันจริง ๆ ไม่กดคันเร่งแบบโหดๆ ก็ไม่น่าจะเปลืองเหมือนอย่างที่พวกผมขับ

สนนราคาอยู่ที่ 5.35-6.75 แสนบาทแล้วแต่รุ่น ซึ่งรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคาอยู่ที่ 5.35 แสนบาท ต่ำกว่าอีโคคาร์อย่าง นิสสัน มาร์ช รุ่นท็อปอยู่ 2,000 บาท ก็น่าจะทำให้ นิสสัน มาร์ช สะดุดไปไม่น้อย

แถม มาสด้า 2 ทั้งซีดานและแฮชท์แบ็ก ให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยมาค่อนข้างเต็มคันอยู่แล้ว

ถือเป็นรถเล็กที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง แต่ก็ต้องรอการพิสูจน์กันอีกครั้ง ว่าตลาดประเทศไทยพร้อมที่จะรับรถยนต์ใหม่ ๆ และแบรนด์มาสด้าไปไว้ในใจหรือยัง!!! 

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?