posttoday
โรงงานทยอยท่วม

โรงงานทยอยท่วม

02 ตุลาคม 2556

น้ำท่วมซัดรง.อุตสาหกรรม39แห่ง7จังหวัดคาดเสียหายหนัก4ล้านบาทสั่งเกาะติด

น้ำท่วมซัดรง.อุตสาหกรรม39แห่ง7จังหวัดคาดเสียหายหนัก4ล้านบาทสั่งเกาะติด

“ประเสริฐ” แจงโรงงานทยอยจมน้ำเป็น 39 รายใน 7 จังหวัด สั่งเกาะติดพื้นที่เสี่ยงภาคกลางต่อเนื่อง

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย (ศน.อก.) พบมีสถานประกอบการใน 7 จังหวัดได้รับผลกระทบน้ำท่วม โดยเป็นโรงงานอุตสาหกรรม 39 ราย

ทั้งนี้ ประกอบด้วย จ.ศรีสะเกษ 13 ราย อุบลราชธานี 9 ราย สุพรรณบุรี 6 ราย ปราจีนบุรี 5 ราย นครนายก 4 ราย ขณะที่สุรินทร์และจันทบุรีจังหวัดละ 1 ราย และเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน 14 ราย ในนครนายก 4 ราย สุพรรณบุรีและปราจีนบุรี จังหวัดละ 5 ราย

สำหรับสถานประกอบการที่ต้องหยุดประกอบกิจการมี 4 จังหวัด คือ จ.อุบลราชธานี จันทบุรี สุพรรณบุรี และปราจีนบุรี เนื่องจากพื้นที่อาคารโรงงานไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้เบื้องต้นมีความเสียหาย 4 ล้านบาท พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเหตุการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ

ด้าน นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ในส่วนของ กนอ. ขณะนี้ได้เฝ้าติดตามพื้นที่เสี่ยงใน 2 ส่วน คือ นิคม หรือสวนอุตสาหกรรม/เขตประกอบการฯ ที่เคยถูกน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ในจ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี 6 แห่ง และนิคมฯ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีนที่ไม่ถูกท่วมในปี 2554 แต่จัดเป็นพื้นที่เสี่ยง 10 แห่ง โดยสถานการณ์ทุกแห่งอยู่ในภาวะปกติ แต่ทั้งหมดก็มีการเตรียมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในระดับน้ำที่แตกต่างกัน โดยอุปกรณ์ตอบโต้ฯ และอุปกรณ์เสริมในภาวะฉุกเฉิน เช่น คันกั้นน้ำเคลื่อนที่เร็วต้องพร้อมใช้ทันที

นอกจากนี้ นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับสวนอุตสาหกรรม 304 สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ และเขตประกอบการกบินทร์บุรี ยังไม่มีปัญหาน้ำท่วมและมั่นใจไม่ท่วมแน่นอนเนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางค่อนข้างมาก

ส่วนกรณีที่ปรากฏว่ามีน้ำท่วมสวนฯ 304 ก็เกิดน้ำท่วมในถนนทางเข้าและขณะนี้ก็อยู่ในภาวะปกติ ส่วนสวนฯเครือสหรพัฒน์ ที่บ่อบำบัดน้ำเสียตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำปราจีนบุรี แต่ก็ปรากฎว่าระดับน้ำจากแม่น้ำก็ยังอยู่ต่ำกว่าระคันกั้นน้ำของบ่อบำบัดประมาณ 1.5 เมตร

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ศน.อก. มีนายปณิธาน จินดาภู ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมีคณะทำงานจำนวน 18 คน ประจำศูนย์ฯ ที่ตั้งอยู่ ณ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และได้เปิดสายรับเรื่องร้องทุกข์ที่ สายด่วนโทร.1564 และโทร. 0-2202-3866 และ 0-2202-3877สศอ.เกาะติดภาคผลิต ก.ย. – ต.ค.ชี้หากไม่ฟื้นตัวจ่อหั่นจีดีพีอุตสาหกรรมจากปัจจุบัน 34% จับตามไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์หลังการผลิตไม่กระเตื้องด้านดัชนีผลผลิตคงเป้าต่ำ 0.5% คาดปีหน้าเติบโตสูงขึ้น

อยงอยอย่างไรก็ดี นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาห กรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ.อยู่ระหว่างติดตามภาคการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงเดือน ก.ย.และ ต.ค. ว่าจะกลับมาฟื้นตัวหรือไม่หลังจากหดตัวติดต่อกันมา 5 เดือน โดยหากไม่ดีขึ้นอาจต้องทบทวนประมาณการจีดีพีอุตสาหกรรมที่คาดไว้ที่ 34% ลง

ด้านดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ยังคงประมาณการที่ 0.51% เนื่องจากปรับลงมาอยู่ระดับต่ำมากแล้วจากต้นปีที่คาดไว้ที่ 3% หลังจากเห็นการส่งออกที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่องและยังต้องเทียบกับฐานที่สูงในปีที่แล้ว แต่สำหรับในปี 2557 คาดว่าทั้งจีดีพีอุตสาหกรรมและ MPI จะขยายตัวสูงกว่าปีนี้เนื่องจากไม่ต้องเทียบกับฐานที่สูงเหมือนปีนี้

ทั้งนี้ สศอ. ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการผลิตของกลุ่มสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากพบว่าตอนนี้ระดับการผลิตของกลุ่มนี้ยังไม่กลับไปสู่ระดับที่เท่ากับช่วงก่อนเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ในขณะที่หลายอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นายสมชาย กล่าวว่า สศอ. จะเน้นรวบรวมข้อมูลดจากผู้ประกอบการว่าเพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้การผลิตลดลง เช่น เป็นผลจากความต้องการซื้อของคู่ค้าที่ลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ลดลงจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป หรือเกิดจากการย้ายฐานผลิตออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้มีผู้ผลิตบางราย เช่น กลุ่มเดลต้า ที่แม้ไม่ได้ย้ายฐานผลิตออกไปทั้งหมด แต่ก็เลือกขยายกำลังการผลิตออกไปในประเทศมาเลเซียมากกว่าที่จะลงทุนในไทย

ทั้งนี้ สศอ. ต้องติดตามข้อมูลเพราะกลุ่มไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และวงจรไฟฟ้ามีน้ำหนักในการส่งออกค่อนข้างสูง ซึ่งถ้าปรากฏว่าเกิดจากความต้องการสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและแนวโน้มว่าผู้ประกอบการไม่ได้ปรับตัวก็เป็นไปได้ว่าจะได้เห็นผลผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัวลงอีก

อย่างไรก็ตาม การย้ายฐานผลิตในกลุ่มไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และวงจรไฟฟ้านี้เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นได้ง่าย เพราะประเทศไทยเน้นการผลิตแบบรับจ้างผลิตเทคโนโลยีไม่สูงอยู่ในขั้นกลางน้ำ เทียบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไทยผลิตในระดับปลายน้ำและมีซัพพายเชนในประเทศค่อนข้างลึกการย้ายฐานผลิตจะเกิดขึ้นลำบาก

“เราต้องให้ความสนใจกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากมีน้ำหนักในการส่งออกสูง โดยต้องรวบรวมข้อมูลทั้งด้านความต้องการของตลาด และคงต้องดูเรื่องผลของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ด้วยเพราะต่างชาติบางส่วนก็อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของนโยบายส่งเสริมการลงทุนพอสมควร”นายสมชาย กล่าว

ทั้งนี้ สศอ. MPI 8 เดือนแรกของปี 2556 ลดลง 1.78% เฉพาะเดือนส.ค. ลดลง 3.12% ต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่5 โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตฮาร์ดดิสไดร์ฟเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.12% แต่การผลิตวงจรไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ลดลง 3.8% ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง 7.8%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน