
ธุรกิจยางรถยนต์จ่อรุกพม่า-ลาว
ธุรกิจยางรถยนต์เตรียมเจาะตลาดเพื่อนบ้าน ชี้ตลาดพม่า ลาว และมาเลเซีย น่าสนใจที่สุด
ธุรกิจยางรถยนต์เตรียมเจาะตลาดเพื่อนบ้าน ชี้ตลาดพม่า ลาว และมาเลเซีย น่าสนใจที่สุด
นายพิชาญ พรหมเมฆประธาน ประธานเจ้าหน้าที่อำนวยการ บริษัท เค.ซี.วีลล์ แอนด์ไทร์ ผู้นำเข้าล้อแม็กและยางรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้น เพื่อรองรับตลาดที่ขยายตัวจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยขณะนี้ได้เริ่มเข้าไปทดลองตลาดกับกลุ่มบริษัทเดินรถขนส่งและศูนย์ทดสอบยางรถยนต์ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมองว่าประเทศที่น่าสนใจคือ พม่า ลาว และมาเลเซีย ที่ความต้องการใช้ยางรถยนต์ในประเทศขยายตัวสูง
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตรในประเทศพม่าเพื่อให้เป็นตัวแทนจำหน่าย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ขณะที่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศลาวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นจะให้มีตัวแทนจำหน่ายเพียงเมืองละ 1 ราย โดยจะให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพและบริการหลังการขายตามนโยบายของบริษัทที่วางไว้
“บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายยางและล้อแม็กรถยนต์แบรนด์ไทร์เอซจากญี่ปุ่นเพียงผู้เดียวในอาเซียน จึงไม่น่าจะมีปัญหาในการเข้าไปทำตลาด ปีนี้จะพยายามให้ผู้บริโภคในประเทศต่างๆ รู้จักและคุ้นเคยกับแบรนด์สินค้า” นายพิชาญ กล่าว
สำหรับตลาดยางรถยนต์และล้อแม็กในประเทศไทยปัจจุบันค่อนข้างแข่งขันสูง โดยมีมูลค่าตลาดรวมเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ายังมีโอกาสขยายตัวอีก เนื่องจากมีการสำรวจพบว่าในแต่ละปีจะมีรถใหม่ออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 1,500 คัน รวมทั้งยังมีรถอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องมีการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดติดอันดับ 1 ใน 5 บริษัทจำหน่ายล้อแม็กและยางรถยนต์ของประเทศไทย
นายพิชาญ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดเป็นหลัก โดยจะทุ่มงบประมาณ 34% ของยอดขายรวม ในการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณาและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 300-500 ราย ซึ่งตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายในปีนี้ให้ได้ 500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขายรวมอยู่ที่ 400 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างศึกษายางรถยนต์ประหยัดพลังงาน ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มนำออกสู่ตลาดได้ปีหน้า เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์)







