
“ธีโอ ช็อกโกแลต”ธุรกิจหวาน"พสลมพัดหวน"
คู่รักส่วนใหญ่แล้ว เมื่อถึงเวลาต้อง “หย่าร้าง” ที่เกิดจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งสองคนก็คงอยากจะอยู่แยกกันให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
คู่รักส่วนใหญ่แล้ว เมื่อถึงเวลาต้อง “หย่าร้าง” ที่เกิดจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งสองคนก็คงอยากจะอยู่แยกกันให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทว่า ทฤษฎีนี้กลับใช้ไม่ได้กับ “โจว วินนีย์” ชายวัย 46 ปี และ “เดบรา มิวสิก” วัย 51 ปี อดีตคู่สามีภรรยาที่หันกลับมาทำธุรกิจร่วมกันอีกครั้ง
วินนีย์และมิวสิกร่วมกันสร้าง “ธีโอ ช็อกโกแลต” ขึ้นมาด้วยกัน โดยได้ผลิตช็อกโกแลตแท่งที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ช็อกโกแลตออร์แกนิก และยังขายสินค้าโดยชอบธรรม (แฟร์เทรด)
เริ่มแรก วินนีย์ก่อตั้ง “ธีโอ ช็อกโกแลต” ในซีแอตเติล เมื่อปี 2549 และไม่ลังเลใจเลยที่จะนำอดีตภรรยามาร่วมธุรกิจ โดยให้ดูแลด้านการขายและการตลาดของบริษัท หลังจากที่หย่ากันมาเป็นเวลา 7 ปี
“ผมขอให้เดบรามาช่วยทำงานนอกเวลาด้านการขายในขณะที่เราเริ่มธุรกิจ เพราะผมรู้ว่าเธอจะไม่ทำงานผิดพลาด และจะดูแลธุรกิจเป็นอย่างดี” อดีตสามี ซึ่งเป็นประธานบริหารธุรกิจขายช็อกโกแลต กล่าว และผลที่ออกมาก็เป็นไปในทางบวก
วินนีย์ ระบุว่า ตนเองและอดีตคนรักมีความแตกต่างกันมาก ทว่า ความตึงเครียดที่มีระหว่างทั้งสองคนนำไปสู่ความสำเร็จ ความกระตือรือร้น และการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
ในขณะที่มิวสิกก็แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ความสัมพันธ์ในระหว่างที่ทำงานนั้นทั้งท้าทายและคุ้มค่า
“มีรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสองคน แต่ในชีวิตของการทำธุรกิจ หลังจากที่เราได้ทดลองและเจอกับความผิดพลาด เราก็ได้เรียนรู้ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นของเราเปลี่ยนเป็นการพูดคุยที่สร้างความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ และความคิดที่นำไปใช้กับธุรกิจได้” หญิงสาววัย 51 ปี กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะก่อตั้ง ธีโอ ช็อกโกแลต วินนีย์มีความสนใจเกี่ยวกับช็อกโกแลตคุณภาพสูงตั้งแต่ตอนยังเป็นวัยรุ่น โดยได้เดินทางไปประเทศฮอนดูรัสและเบลีซที่อยู่ในอเมริกากลางเพื่อเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิเล็กๆ ในแถบนั้น และช่วยปลูกต้นโกโก้ หลังจากนั้นก็ได้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน และเห็นว่าอุตสาหกรรมช็อกโกแลตมีความเกี่ยวพันทั้งในด้านธุรกิจและสังคม
หลังจากที่กลับมาสู่สหรัฐได้ 2-3 ปี วินนีย์ก็ตัดสินใจเป็นนายหน้านำเข้าโกโก้คุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม จึงได้เขียนจดหมายไปถึงบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐ 12 แห่งที่จัดซื้อเมล็ดโกโก้ โดยได้นำเข้าเมล็ดโกโก้ให้บริษัทแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม วินนีย์ยังไม่รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่ เพราะอยากจะตั้งบริษัทช็อกโกแลตของตนเอง ที่ผลิตจาก “ฟาร์มออกไปเป็นสินค้าในทันที” เพื่อจะได้แน่ใจถึงคุณภาพสินค้า และให้ค่าแรงที่สมเหตุสมผลกับเกษตรกร
หลังจากนั้นธุรกิจ “ธีโอ ช็อกโกแลต” ก็เริ่มต้นขึ้น และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือของอดีตคู่แต่งงานที่เคยรักร้าว ทว่า ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญแล้วนั้น การทำธุรกิจของอดีตสามีภรรยาไม่ใช่เรื่องง่าย
เกลนน์ มุสเค อาจารย์ด้านการเป็นผู้ประกอบการแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท ดาโกตา สเตท ระบุว่า มีคู่แต่งงานเพียงไม่กี่คู่เท่านั้นที่ยังทำธุรกิจด้วยกันหลังจากหย่าร้าง แต่ก็ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้อดีตคู่รักทำธุรกิจร่วมกันแล้วประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ก่อนหย่า กำไรของธุรกิจก่อนหย่า
“เป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งคู่จะต้องไม่สนใจอดีตที่เคยมีความสัมพันธ์ต่อกัน และสนใจแต่เรื่องของธุรกิจเท่านั้น” อาจารย์มุสเค กล่าว
ด้าน ฟิลิป เวย์ ทนายความด้านการหย่าร้างของมิลส์ แอนด์ ลีฟฟ์ ในอังกฤษ ก็ลงความเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต้องแยกอารมณ์ส่วนตัวออกจากความสัมพันธ์ในการทำธุรกิจ จึงจะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของมิวสิกและวินนีย์เป็นข้อพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดว่า แม้จะร้างลากันไป แต่ก็เล็งเห็นข้อดีของกันและกัน และกลับมาทำธุรกิจร่วมกันอีกครั้ง
...และสิ่งที่ทั้งคู่สามารถก้าวข้ามได้มากกว่าแค่ทำธุรกิจให้รุ่งเรืองร่วมกันก็คือ “ทั้งคู่กลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง”
“การทำงานกับเดบราทุกๆ วัน ทำให้ผมจำได้ว่าทำไมผมถึงแต่งงานกับเธอ และทำไมเราสองคนต้องเลิกกัน และการตัดสินใจของผมที่เอาเธอกลับเข้ามาในชีวิตเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก” วินนีย์ กล่าวทิ้งท้าย







