
กำลังซื้อคนเมืองชะลอตัว
ในฉบับนี้ ผู้เขียนขอนำเทรนด์การทำตลาดใกล้ตัว ในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสินค้าของกินของใช้ และสินค้าหมวดของตกแต่งเครื่องประดับ ที่เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจในรอบปี 2556 นี้ ฝืดสนิท
ในฉบับนี้ ผู้เขียนขอนำเทรนด์การทำตลาดใกล้ตัว ในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสินค้าของกินของใช้ และสินค้าหมวดของตกแต่งเครื่องประดับ ที่เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจในรอบปี 2556 นี้ ฝืดสนิท
จากปัจจัยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30% หลักๆ มาจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำอัตรา 300 บาท ที่ปรับพร้อมใช้กันทั่วประเทศไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และพ่นพิษตรงยังเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ที่ขาดเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ รวมถึงสายป่านทางธุรกิจโดยเฉพาะการทำตลาด
ปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่บอกว่าต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน โดยเฉพาะการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่แม้ว่าสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจ จะเริ่มฟื้นคืนกลับมาในไตรมาส4 นี้ ทว่าก็ไม่ได้หวือหวามากนัก ด้วย 3เดือนสุดท้ายของแต่ละปีถือเป็นหน้าขายสินค้าที่มียอดเติบโตมากกว่าในไตรมาส2และ3 อยู่แล้ว
จากกำลังซื้อที่ถดถอยลงนี่เอง ทำให้เห็นภาพของเจ้าของสินค้ารายใหญ่ รวมทั้งศูนย์การค้าหลายแห่งต่างออกมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ภายใต้แคมเปญลดราคาสินค้าออกมาเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีมาต่อเนื่องเรื่อยๆ นัยเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองให้ออกมาจับจ่ายสินค้ากันมากขึ้นด้วยเงินในกระเป๋าเริ่มถูกจำกัด ส่วนหนึ่งจากนโยบายรถคันแรกที่ต้องกันเงินจำนวนหนึ่งเพื่อผ่อนรถยนต์ และค่าน้ำมัน
เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายก็เริ่มมองเห็นเทรนด์การจับจ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน จากภาวะกำลังซื้อภายในประเทศที่เริ่มชะลอตัว ทำให้เจ้าของสินค้าธุรกิจประเภทต่างๆ หันมาพัฒนาสินค้าขนาดเล็กลงกว่าปกติ เพื่อออกมาทำตลาดเป็นจำนวนมากขึ้นด้วย จากเดิมที่มักเป็นกลยุทธ์การทำตลาดของ เจ้าของสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ บิ๊ก คอนซูเมอร์ จากต่างประเทศ เท่านั้น
อย่างในกรณีของเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานรายหนึ่ง บอกว่า ก่อนหน้าทำตลาดสินค้าบรรจุถุงขนาดใหญ่ส่งขายทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดีจากยอดขายพอสมควร ด้วยผู้บริโภคในช่วงนั้นยินดีจับจ่าย ซื้อสินค้าในปริมาณมากในราคาที่ขยับขึ้นมาอีกนิด เมื่อเทียบกับสินค้าที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ในช่วงปีที่ผ่านมานี้สินค้าไซส์ปกติแบบนี้กลับขายได้ไม่ดีทั้งในและต่างประเทศ จากผลกระทบจากเศรษฐกิจเหมือนๆ กัน
ดังนั้น ทางออก คือ หันมาลงทุนเพิ่มในสายการผลิตเพื่อพัฒนาสินค้าที่มีขนาดเล็กลงมา เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อเดิมให้เข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น
ขณะที่เจ้าของธุรกิจสินค้าเครื่องหนังรายหนึ่งก็บอกในทำนองเดียวกันว่า กำลังเผชิญหน้ากับภาวะกำลังซื้อถดถอยของคนเมืองด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากยอดขายสินค้าเครื่องหนังภายในร้านเอง โดยเมื่อช่วงปลายปีก่อนถึงขณะนี้ สินค้าเครื่องหนังที่ร้าน โดยเฉพาะชิ้นใหญ่ๆ อย่างกระเป๋าหนังชามัวร์ ที่มีราคาเฉลี่ยหลัก 3,000 บาทขึ้นไป กลับขายไม่ค่อยออก หรือนานๆ จะขายออกสัก 1 ใบ ต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นสินค้า “ฮอต ไอเท็ม” เลยทีเดียว ทำให้ทางร้านตัดสินใจพัฒนาสินค้า อุปกรณ์ของตกแต่ง กระเป๋าหนังที่มีขนาดเล็กลงมาก เพื่อให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาย่อมเยา
ปรากฏว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจของกลุ่มลูกค้าเดิม ที่สำคัญยังได้ขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ไปด้วยพร้อมกัน ที่ต้องการทดลองใช้สินค้าเครื่องหนังแท้ๆ ได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป
เห็นได้ว่าการมองหาโอกาสให้กับธุรกิจ เป็นสิ่งจำเป็นในขณะนี้ ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบๆ ในกำลังซื้อคนเมือง







