
แห่ยื่นโซลาร์รูฟเกินเป้า3เท่า
แค่อาทิตย์เดียวขอขายไฟ600เมกะวัตต์ดับบลิวเอชเอบางจากดันยอดทะลุ
แค่อาทิตย์เดียวขอขายไฟ600เมกะวัตต์ดับบลิวเอชเอบางจากดันยอดทะลุ
ยอดแห่ยื่นโซลาร์รูฟสัปดาห์แรก เสนอขายไฟแตะ 500-600 เมกะวัตต์ เกินโควตา 3 เท่า
โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่เปิดให้ยื่นคำขอขายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-11 ต.ค. ปรากฏว่าเพียงสัปดาห์แรกมีผู้ยื่นขอถึง 2,653 ราย ผ่านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แยกเป็นกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัย 1,368 ราย และกลุ่มอาคารและโรงงาน 1,285 ราย
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า คาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เสนอเข้ามาไม่ต่ำกว่า 500-600 เมกะวัตต์ สูงกว่าเป้าหมายรับซื้อที่ 200 เมกะวัตต์ เท่าที่ประเมินกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัยแม้จะมีจำนวนใกล้เคียงกับกลุ่มอาคารและโรงงาน แต่กำลังการผลิตน้อยกว่า เพราะแต่ละหลังมีขนาดเฉลี่ย 5 กิโลวัตต์เท่านั้น และไม่น่าจะมีจำนวนคำขอถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ 100 เมกะวัตต์
สำหรับกลุ่มอาคารและโรงงาน มีภาคเอกชนให้ความสนใจมากในหลายสาขาและเป็นรายใหญ่ เท่าที่ได้รับรายงานมีกลุ่มของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการคลังสินค้า ได้ยื่นขอติดตั้งจำนวนมาก รวมทั้งบริษัท บางจากปิโตรเลียม ที่สนใจยื่นโครงการเพื่อติดตั้งในปั๊มน้ำมัน เฉลี่ยกำลังการผลิตแห่งละ 1,115 กิโลวัตต์ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ และบิ๊กซี
“ส่วนที่ รมว.พลังงานต้องการให้ทบทวนเงื่อนไข เนื่องจากผู้ที่ยื่นโครงการจะนำไปติดตั้งบนหลังคาในลักษณะการเช่าโกดังสินค้าหรือเช่าพื้นที่บนหลังคาจำนวนมาก แทนการติดตั้งบนหลังคาของโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ภายในกิจการนั้น คงต้องรอให้ปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าล็อตแรกไปก่อน” นายดิเรก กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท ดับบลิวเอชเอ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดำเนินธุรกิจพัฒนาและให้เช่าพื้นที่อาคารคลังสินค้าศูนย์กระจายสินค้าและโรงงาน
นางแคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทย โซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ (ทีเอสอี) กล่าวว่า ทีเอสอีได้เข้าร่วมยื่นคำขอขายไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อป โดยคาดหวังจะได้รับการพิจารณาไม่ต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 15-20 เมกะวัตต์ โดยเข้ายื่นทั้งที่ กฟน.และ กฟภ. เนื่องจากมีพันธมิตรที่เป็นเจ้าของอาคารทั่วประเทศ
“ขั้นตอนการคัดเลือกของภาครัฐครั้งนี้ ถือว่ามีความยุติธรรม เพราะใช้วิธีจับสลากเรียงตามคิวเพื่อให้ได้รับสิทธิในการยื่น ส่วนการยื่นใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ในส่วนของทีเอสอีเชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน” นางแคทลีน กล่าว







