
ถอยลดภาษีสินค้าหรู
กิตติรัตน์ ยันคลังไม่ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมสินค้าฟุ่มเฟือย
กิตติรัตน์ ยันคลังไม่ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมสินค้าฟุ่มเฟือย
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยืนยันในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพและเครื่องสำอางเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจทั้งสองกลุ่ม เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า กระทรวงการคลังไม่มีแนวทางที่จะลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าฟุ่มเฟือยแน่นอน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้สอบถามนายกิตติรัตน์กลางที่ประชุมถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายดังกล่าวเพื่อกระตุ้นให้ไทยเป็น ช็อปปิ้ง พาราไดซ์ ดึงดูดการท่องเที่ยว เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเครื่องสำอางอย่างแน่นอน และคำตอบของ รมว.คลัง ทำให้ผู้ประกอบการสบายใจขึ้น
อย่างไรก็ดี นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จะขอความชัดเจนจากนายกิตติรัตน์ว่าจะให้มีการศึกษาลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหรือไม่ หากรัฐบาลไม่มีนโยบาย ทาง สศค.ก็จะชะลอการหารือกับผู้ประกอบการขายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ที่ได้มีการนัดจะหารือกันก่อนหน้านี้ว่ามีสินค้าใดที่จะลดภาษีได้บ้างเพื่อนำเสนอต่อไป
นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้า 60 แบรนด์ กล่าวว่า การที่กระทรวงการคลังยกเลิกแนวทางลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจาก 30% เหลือ05% ถือว่าเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง เพราะการลดภาษีนำเข้าส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมเสื้อผ้าไทยมากกว่าส่งผลดี
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การยกเลิกนโยบายจะไม่ส่งผลกระทบกับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกเนื่องจากนโยบายดังกล่าวไม่ได้มีผลทันทีสำหรับภาคธุรกิจทุกอย่างต้องใช้เวลาเมื่อภาครัฐยังไม่มีนโยบายดำเนินการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยไม่ทำก็ไม่ทำ แต่อย่างไรก็ตามขอศึกษารายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
ทั้งนี้หากมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลง กลุ่มผู้ประกอบการไทยที่สร้างแบรนด์ให้เทียบชั้นกับแบรนด์เนมจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากราคาสินค้าที่ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ในเวลานี้อยากให้ภาครัฐหันมาส่งเสริมสินค้าไทย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า ผลักดันการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง เพื่อสามารถส่งออกไปต่างประเทศจะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การประชุมผู้ประกอบการและส.อ.ท.ในช่วงที่ผ่านมาต่างคัดค้านแนวคิดกระทรวงการคลังที่จะลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าฟุ่มเฟือยมาตลาด และเมื่อถามนายกิตติรัตน์ในที่ประชุม นายกิตติรัตน์ ยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดที่จะลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม
“ผู้ผลิตเครื่องสำอางเขาห่วงเรื่องการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม และเราก็คัดค้านกันมาตลอด เพราะการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมเป็นการทั่วไป ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ตัวอย่าง คือ มาเลเซียที่ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมแต่รายจ่ายนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวมาเลเซียก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเรามีดิวตี้ฟรีอยู่แล้ว น่าจะขยายช่องทางนั้นมากกว่า”นายเจนระบุ
นายธีรัตถ์ กล่าวถึงผลการหารือระหว่างนายกฯกับผู้ประกอบการกลุ่มสุขภาพและเครื่องสำอาง ว่า รัฐบาลรับข้อเสนอของเอกชนในการจัดตั้งห้องแล็บตรวจสอบคุณภาพสมุนไพรและเครื่องสำอาง เพื่อรับรองคุณภาพและสรรพคุณ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดมั่นใจ ทั้งเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีโดยตรง เพราะเอสเอ็มอีไม่มีศักยภาพที่จะจัดตั้งห้องแล็บเอง
ทั้งนี้ นายกฯมอบหมายกระทรวงวิทยาศาสตร์ และกระทรวงสาธารณสุข พัฒนาห้องแล็บให้รองรับการตรวจสอบคุณภาพเครื่องสำอางและสมุนไพร พร้อมทั้งให้กระทรวงวิทยาศาสตร์นำผลงานวิจัยที่มีอยู่มาจับคู่กับภาคเอกชน ในการนำผลการวิจัยมาผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ตลาดมีความต้องการ
นายกรต โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า ในปี 2555 ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่ารวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท เฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 15.5% หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท โดยประเทศไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 40% รองลงมาเป็นสิงคโปร์ที่ระดับ 32%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไทยจะมีความโดดเด่นด้านการแพทย์ทางเลือก แต่หากเทียบกับสิงคโปร์และมาเลเซียแล้วจะพบว่าทั้ง 2 ประเทศนี้ มีเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งไทยจะต้องเพิ่มเติมในส่วนเทคโนโลยี พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้ครบวงจรตั้งแต่แพทย์ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีปริมาณและคุณภาพเพียงพอ
นอกจากนี้ นายกฯเร่งรัดให้นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตร ติดตามว่าร่างพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อบริการสุขภาพที่ยังไม่ได้มีการประกาศใช้อยู่ในขั้นตอนใด และให้รีบนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็ว ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้จะทำให้ไทยเสียโอกาสในการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า จะขอความชัดเจนจากนายกิตติรัตน์ ว่าจะให้มีการศึกษาลดภาษีสินค้าแบนด์เนมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหรือไม่ หากรัฐบาลไม่มีนโยบายทาง สศค. ก็จะชะลอการหารือกับผู้ประกอบการขายสินค้าแบนด์เนมต่าง ที่ก่อนหน้านี้จะมีการหารือสรุปอัตราภาษีที่จะลด และสินค้าที่จะได้ลดภาษีจะมีอะไรบ้าง
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า กรณีที่คลังออกมายกเลิกนโยบายการปรับอัตราภาษีสินค้านำเข้าฟุ่มเฟือย คงไม่ส่งผลกระทบอะไรกับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากนโยบายดังกล่าวไม่ได้มีผลทันทีสำหรับภาคธุรกิจทุกอย่างต้องใช้เวลา เมื่อภาครัฐยังไม่มีนโยบายดำเนินการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยไม่ทำก็ไม่ทำ แต่อย่างไรก็ตามขอศึกษารายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวย บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้า 60 แบรนด์ กล่าวว่า การที่กระทรวงการคลังยกเลิกแนวทางลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจาก 30% เหลือ 05% ถือว่าเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง เพราะการลดภาษีนำเข้าส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมเสื้อผ้าไทยมากกว่าส่งผลดี
ทั้งนี้หากมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลง กลุ่มผู้ประกอบการไทยที่สร้างแบรนด์ให้เทียบชั้นกับแบรนด์เนมจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากราคาสินค้าที่ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ในเวลานี้อยากให้ภาครัฐหันมาส่งเสริมสินค้าไทย อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า ผลักดันการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง เพื่อสามารถส่งออกไปต่างประเทศจะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า







