
เข้มโทอิคครูอาชีวะอินเตอร์
เพิ่มศักยภาพภาษาอังกฤษรับเปิดอาเซียนแนะปลดล็อกเกณฑ์ใบประกอบวิชาชีพ
เพิ่มศักยภาพภาษาอังกฤษรับเปิดอาเซียนแนะปลดล็อกเกณฑ์ใบประกอบวิชาชีพ
สอศ.ผุดเกณฑ์สอบโทอิคครูอาชีวะ หวังเพิ่มศักยภาพรับอาเซียน แนะปลดล็อกสอบใบประกอบวิชาชีพครู
นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้กำหนดเกณฑ์ให้ครูในหลักสูตร English Program (EP) และหลักสูตร MiniEnglish Program (MEP) ต้องมีคะแนนสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ต้องการสมัครทำงาน หรือโทอิค ด้วย โดยจะบังคับใช้เกณฑ์ดังกล่าวทั้งกับครูเก่าและครูใหม่ที่เข้าสอนในหลักสูตร เพื่อให้ครูตื่นตัวพร้อมรับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะเปิดโอกาสให้ครูได้ปรับตัวก่อน จึงจะเริ่มต้นจากการตั้งเกณฑ์คะแนนไม่สูงนัก แล้วค่อยปรับเกณฑ์ให้สูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าเกณฑ์ในปีการศึกษาหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 500 คะแนน หากครูคนใดได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว จะต้องไปพัฒนาตัวเองอย่างเร่งด่วน และอาจถูกโยกย้ายตำแหน่งไม่ให้สอนในหลักสูตร EP และ MEP
นอกจากนี้ สอศ.ได้มีการหารือถึงเกณฑ์ให้ครูสอนอาชีวศึกษาทั่วไปต้องมีคะแนนโทอิค หรือโทเฟล เพิ่มเติมด้วยในอนาคต ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อออกเป็นมาตรการต่อไป
ขณะเดียวกัน สอศ.กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะตั้งงบประมาณเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของครูอาชีวะเพิ่มเติมโดยเฉพาะหรือไม่ เนื่องจากครูส่วนใหญ่มีทักษะวิชาชีพได้มาตรฐานพร้อมสอนอยู่แล้ว ขาดเพียงทักษะภาษาอังกฤษเท่านั้น
นายวณิชย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสถาบันการศึกษากว่า 400 แห่งในสังกัด สอศ.ได้เปิดหลักสูตร EP แล้วประมาณ 138 แห่ง เพื่อให้นักศึกษาอาชีวะรุ่นใหม่มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีควบคู่ไปกับทักษะฝีมือ ทาง สอศ.จะพยายามเปิดเพิ่มเติมให้ครบทุกแห่งในอนาคต แต่ยังไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน
สำหรับภาษา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งครูและนักเรียนต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สอศ.ได้ให้นโยบายแก่สถาบันการศึกษาตามแนวตะเข็บชายแดนให้เปิดสอนวิชาภาษาเพื่อนบ้านเพิ่มเติม เช่น จ.สระแก้ว ศรีสะเกษ เปิดสอนภาษาเขมร
นายวณิชย์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้ได้ครูคุณภาพพร้อมรับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ควรมีการปลดล็อกวิธีการรับครูเข้าสู่ระบบอาชีวศึกษาด้วย เพราะจากเดิมครูอาชีวะถูกบังคับให้ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ผู้ที่จะเข้าสู่ระบบได้จึงต้องไปเรียนด้านครูเพิ่มเติมก่อน เพื่อให้มีสิทธิรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ขณะที่อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ผู้ที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมากจึงเลือกไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่มาเป็นครูอาชีวะ







