posttoday
ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นยังมีความเสี่ยง

ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นยังมีความเสี่ยง

27 กันยายน 2556

กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับตลาดหุ้นไทยที่เกิดความผันผวนขึ้น ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ไปแล้วว่า ปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อการชี้ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ก็คือ เรื่องของทิศทางการใช้นโยบาย QE ของสหรัฐ ซึ่งก็หมายถึงเรื่องของการส่งผลต่อปริมาณเงิน (อาจจะมีผลจริงๆ หรือมีผลต่อแรงคาดหวังของนักลงทุนก็ได้) และคงชัดเจนว่า แม้การประชุม FOMC ครั้งล่าสุดไม่มีการลดการอัดฉีดลง แต่ในการประชุมครั้งต่อๆ ไปต้องมีการลดและโครงการเหล่านี้น่าจะสิ้นสุดภายในปีหน้า สิ่งที่จะมีผลกระทบตามมาก็คือ แนวโน้มของดอกเบี้ยในระยะกลางยาวน่าจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ เพราะฉะนั้นในภาพใหญ่ของการลงทุนในตลาดหุ้นก็คือ ปัจจัยด้านอุปสงค์ของเงินไม่ได้ส่งผลบวกต่อการลงทุน การที่ยังไม่ยกเลิกการอัดฉีดน่าจะเป็นผลในระยะสั้นเท่านั้นและการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นไทย ก็มีการเคลื่อนไหวตามความคาดหวังดังกล่าวด้วย

กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับตลาดหุ้นไทยที่เกิดความผันผวนขึ้น ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ไปแล้วว่า ปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อการชี้ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ก็คือ เรื่องของทิศทางการใช้นโยบาย QE ของสหรัฐ ซึ่งก็หมายถึงเรื่องของการส่งผลต่อปริมาณเงิน (อาจจะมีผลจริงๆ หรือมีผลต่อแรงคาดหวังของนักลงทุนก็ได้) และคงชัดเจนว่า แม้การประชุม FOMC ครั้งล่าสุดไม่มีการลดการอัดฉีดลง แต่ในการประชุมครั้งต่อๆ ไปต้องมีการลดและโครงการเหล่านี้น่าจะสิ้นสุดภายในปีหน้า สิ่งที่จะมีผลกระทบตามมาก็คือ แนวโน้มของดอกเบี้ยในระยะกลางยาวน่าจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ เพราะฉะนั้นในภาพใหญ่ของการลงทุนในตลาดหุ้นก็คือ ปัจจัยด้านอุปสงค์ของเงินไม่ได้ส่งผลบวกต่อการลงทุน การที่ยังไม่ยกเลิกการอัดฉีดน่าจะเป็นผลในระยะสั้นเท่านั้นและการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นไทย ก็มีการเคลื่อนไหวตามความคาดหวังดังกล่าวด้วย

จากเหตุผลดังกล่าวการคาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 4 ยังคงถูกปกคลุมด้วยปัจจัยภาพใหญ่ที่อุปสงค์เทียมที่เกิดขึ้นจาก QE จะหมดไป แม้การมีผลจริงๆ จะเกิดขึ้นในปีหน้า แต่คาดว่าในไตรมาส 4 การตอบรับปัจจัยดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นนั้นก็คือ ในมุมที่เป็นภาพใหญ่ แต่ก็น่าจะคาดได้ว่าในมุมมองกรณีจะประเมินในด้านบวกก็มีเช่นกัน เช่น ตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น (ส่งออกน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นเล็กน้อย) พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท น่าจะมีความชัดเจน และการกลับสู่ไตรมาส 4 จะเป็นฤดูกาลที่ดีในหลายเรื่อง เช่น การท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องมาประเมินก็คือ ให้น้ำหนักปัจจัยทางไหนมากกว่ากัน โดยในมุมมองผู้เขียนคิดว่า น้ำหนักเรื่องของการลดของอุปสงค์เทียมหรือ QE มีน้ำหนักมากกว่าเพราะสังเกตได้จากการผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา มีผลเรื่องดังกล่าวเรื่องเดียวไม่เกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ

การกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุนในช่วงต่อไป กรณีการคิดแบบอนุรักษนิยมอาจจะต้องมีการดูว่าปัจจัยที่กำลังจะเกิดขึ้น นักลงทุนจะเชื่อด้านไหน เพราะการตัดสินที่ราคาตลาดน่าจะได้ข้อยุติเร็วๆ นี้ อธิบายเพื่อให้เห็นภาพก็คือ กรณีเราตั้ง SET INDEX บริเวณ 1,400-1,450 เป็นกรอบกว้างๆ ในการเป็นจุดตัดสิน กรณี SET INDEX ยืนบริเวณดังกล่าวได้ก็ถือว่านักลงทุนในตลาดให้น้ำหนักปัจจัยบวกมากกว่า แต่กรณียืนไม่ได้แปลว่านักลงทุนมองตรงข้าม ซึ่งการคิดวิธีนี้ก็น่าจะปลอดภัยในเชิงแนวคิด แต่ผลตอบแทนอาจจะได้ไม่สูงนัก เพราะเราจะรู้ผลลัพธ์ เมื่อราคาตลาดตัดสินแล้ว GAP ในการทำกำไร แต่กรณีเราคิดคาดการณ์ต้องยอมรับว่า ปัจจัยเรื่องของการลดลงของอุปสงค์เทียม (QE) น่าจะมีผลมากที่สุด ไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลต่อเม็ดเงินจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือปัจจัยดังกล่าวสามารถทำให้หุ้นมีการขึ้นหรือลงมากกว่า 100-200 จุด ในรอบที่ผ่านๆ มา เพราะฉะนั้นน้ำหนักที่ควรคาดการณ์ต้องมองว่าน้ำหนักในเชิงลบมีมากกว่ามุมมองที่จะนำเสนอก็คือ ควรเน้นการถือเงินสดไปเรื่อยๆ ตราบใดที่แรงคาดหวังของนักลงทุนในตลาดยังไม่เพิ่มขึ้น จนทำให้มีการขับเคลื่อน SET INDEX ให้มีการวิ่งเหนือ 1,4001,450 ต้องสันนิษฐานว่าการลดลงของอุปสงค์เทียม (QE) ที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจจะทำให้ทิศทางของ SET INDEX ปรับตัวลดลงได้อีกรอบ และกรณีคาดการณ์ถูกต้องสิ่งที่จะได้กลับมาก็คือ ผลตอบแทนกรณีมีการเล่นขาลง หรือในกรณีการรอซื้อก็จะได้ต้นทุนที่ต่ำลง

บทสรุป จึงยังคาดว่าแม้ยังมีปัจจัยบวกที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่น้ำหนักในแง่ปัจจัยยังน้อยกว่าแนวโน้มของการลด QE ลง จึงยังประเมินว่าตลาดหุ้นในระยะสั้นยังมีความเสี่ยง ยกเว้น การกลับไปยืน 1,4001,450 ได้อย่างมั่นคงเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค