
ไทยรีสบช่องเล็งโกอินเตอร์
ส่งบริษัทลูกไป‘อินโดฯฟิลิปปินส์’ขยายบริการเคลมออนไลน์ให้ลูกค้า
ส่งบริษัทลูกไป‘อินโดฯฟิลิปปินส์’ขยายบริการเคลมออนไลน์ให้ลูกค้า
ไทยรีโกอินเตอร์ เล็งขยายธุรกิจรับบริการให้ธุรกิจประกันภัยในอาเซียน
นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ หรือไทยรี เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียน โดยใช้บริษัทลูกของไทยรีเป็นตัวนำไม่ว่าจะเป็นบริษัทอีเอ็มซีเอส (EMCS) ที่ให้บริการอนุมัติสินไหมรถยนต์ออนไลน์ หรือบริษัท ทีป้า ที่บริหารจัดการสินไหมประกันสุขภาพ บริษัทให้บริการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งบริการพวกนี้สามารถช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทประกันภัยได้เป็นจำนวนมาก โดยอยู่ระหว่างศึกษาว่าจะไปในลักษณะการตั้งสาขาของไทยรีหรือร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นแบบไหนดีกว่ากัน
“คาดว่าหลังจากที่เปิดเสรีอาเซียนไปได้ 23 ปีแล้ว ก็จะมีการเดินทาง มีการค้าขายระหว่างกันมากขึ้น ฟากธุรกิจเองก็จะมีการขยายงานไปยังประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้น เช่น การไปเปิดสาขาของปูนใหญ่ หรือ ปตท. ทำให้ไทยรีเองก็มองเห็นโอกาสตรงนี้ในการขยายงานไปยังต่างประเทศ โดยมองไว้ที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เนื่องจากเป็นตลาดใหม่ที่ยังไม่เก่งกว่าไทยมากนัก ยังสามารถเข้าไปบุกตลาดได้ และที่ประเทศนั้นเขาก็มีบริษัทที่เหมือนกับไทยรีเช่นกัน ซึ่งเราสามารถเข้าไปเจรจาร่วมมือกันได้เลย” นายสุรชัย กล่าว
สำหรับประเทศอื่นอย่างเช่น สิงคโปร์ก็เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กเกินไปและไม่ต้องการอะไรจากไทย ส่วนมาเลเซียก็มีความใกล้เคียงกับไทย จึงไม่เหมาะที่จะไปลงทุน ส่วนที่จะมีนักลงทุนรายใดมาสนใจร่วมเป็นพันธมิตรกับไทยรีนั้น ในขณะนี้ไทยรียังไม่มีความต้องการแต่อย่างใด
นายสุรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันไทยรีไม่ได้ทำธุรกิจเฉพาะการรับประกันภัยต่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจอื่นเข้ามาเสริมอีกทำให้สามารถบุกไปยังตลาดอื่นได้ โดยเฉพาะบริการของบริษัทลูก อย่างบริการอนุมัติสินไหมออนไลน์ผ่านระบบอีเอ็มซีเอส ที่สามารถรวบรวมข้อมูลความเสียหายของรถในแต่ละปี เพื่อสั่งซื้ออะไหล่กับผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง ซึ่งจะทำให้ได้ราคาที่ถูกลง หรือการลดความสูญเสียเรื่องการรั่วไหล อย่างเช่น ถ้าบริษัท วิริยะประกันภัย ต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ปีละ 1 หมื่นล้านบาทถ้าได้ส่วนลด 10% ก็ประหยัดเงินไปได้แล้วปีละ 1,000 ล้านบาท
นายสุรชัย ชี้แจงว่า ส่วนแผนการตั้งบริษัทใหม่เพื่อขายประกันภัยโดยตรงนั้น ขณะนี้ได้ล้มเลิกแนวคิดไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นการแย่งคู่แข่งกับลูกค้าเดิมที่เป็นบริษัทประกันอยู่แล้ว ยังต้องสร้างช่องทางขายใหม่ ซึ่งจะทำให้งานของบริษัทลูกไทยรีหายไปด้วย จึงไม่คุ้มที่จะดำเนินการต่อ แต่ใช้วิธีพัฒนาแบบประกันใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อเสนอขายไปยังบริษัทประกันและสถาบันเงินต่างๆ ดีกว่า







