
สินเชื่อส.ค.ขยายตัวทำสภาพคล่องเริ่มตึง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยสภาพคล่องเดือนส.ค.2556 ตึงตัว หลังสถาบันการเงินเร่งขยายสินเชื่อภาพรวมดต 12.29%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยสภาพคล่องเดือนส.ค.2556 ตึงตัว หลังสถาบันการเงินเร่งขยายสินเชื่อภาพรวมดต 12.29%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2556 เทียบกับสิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องในระยะถัดไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สภาพคล่องเดือน ส.ค.2556 ตึงตัวขึ้น...ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มากกว่าผลรวมของเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม
--> ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2556 มีจำนวน 9.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1.00 แสนล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.07 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 (นำโดยการเพิ่มขึ้นของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นหลัก) หรือเติบโตร้อยละ 12.29 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ การเติบโตของยอดเงินให้สินเชื่อในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คาดว่าได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อภาคธุรกิจเป็นหลัก ทั้งในกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สวนทางกับความต้องการสินเชื่อของรายย่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น หลังการส่งมอบรถตามโครงการรถยนต์คันแรกทยอยเสร็จสิ้นลง
--> ด้านยอดเงินฝาก มีจำนวน 9.83 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.40 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.74 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 ขณะที่ ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) มีจำนวน 7.58 แสนล้านบาท ลดลง 1.37 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า ทำให้เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 10.59 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.03หมื่นล้านบาท จากระดับ 10.52 ล้านล้านบาท ในเดือนก่อนหน้าหรือเติบโตราวร้อยละ 10.24 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
--> สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือนสิงหาคม 2556 ตึงตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มากกว่าผลรวมของเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ดังสะท้อนให้เห็นผ่าน
- อัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ปรับขึ้นมาที่ระดับร้อยละ 89.98 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 89.62
- สอดคล้องกับสินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง ที่ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดย ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2556 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.62 ล้านล้านบาท ลดลง 7.86 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 โดยเป็นผลจากการลดลงขององค์ประกอบสภาพคล่องด้านเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น ส่วนเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) และเงินสดปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.475 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2556 ลดลงเช่นกันจาก 2.482 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556
แนวโน้มสภาพคล่องของระบบการเงินในช่วงที่เหลือของปี 2556...กับหลากหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม
เมื่อมองไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 แล้ว คาดว่า สภาพคล่องของระบบการเงินไทยมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น จากทั้งปัจจัยด้านอุปสงค์ต่อสภาพคล่องที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และปัจจัยด้านอุปทานสภาพคล่องที่มีทิศทางอ่อนแรงลง ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยสามารถสรุปได้เป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้
--> ความต้องการใช้สภาพคล่องของระบบการเงิน...ประคองตัวในระดับสูงจากหลายภาคส่วน ทั้งการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่น่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นำโดยความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนของลูกค้าผู้ประกอบการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากต้นทุนการผลิตที่เร่งตัวขึ้นตามราคาพลังงานโลกและการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของภาครัฐ ขณะที่ ความต้องการสินเชื่อของลูกค้ารายย่อยยังน่าจะขยายตัวได้ โดยเฉพาะสินเชื่อที่สอดคล้องกับการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในช่วงท้ายปี เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่ ความต้องการสภาพคล่องจากช่องทางอื่นๆ ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการระดมทุนจากภาครัฐผ่านการออกพันธบัตรและการใช้กลไกสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อดำเนินกิจกรรมกึ่งการคลัง รวมถึงความต้องการระดมทุนของภาคเอกชน ผ่านการออกตราสารทางเลือกอื่นๆ อาทิ การออกหุ้นกู้ การเสนอขายหุ้นทุน ตลอดจนการออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ก็น่าจะมีผลในการดึงสภาพคล่องออกระบบการเงินไทยในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน
--> ส่วนอุปทานของสภาพคล่องในระบบการเงินมีแนวโน้มอ่อนแรงลง ท่ามกลางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศที่อาจเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงเฝ้ารอสัญญาณและท่าทีที่แน่นอนของเฟดต่อการลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ภายใต้มาตรการคิวอี อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2556 ตามการฟื้นตัวของภาคการส่งออกก็คงจะช่วยลดทอนผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเงินทุนเคลื่อนย้ายได้บางส่วน
ทั้งนี้ แม้ว่าเม็ดเงินใหม่ที่จะเข้ามาเสริมสภาพคล่องในระบบการเงินไทยอาจมีทิศทางที่อ่อนแรงลง ผนวกกับความต้องการระดมทุนจากหลายภาคส่วนที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง คงกดดันให้สภาพคล่องของระบบการเงินไทยในช่วงที่เหลือของปี 2556 ทยอยตึงตัวขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี อย่างไรก็ดี เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องของระบบการเงินผ่านพันธบัตร ธปท.ที่มียอดคงค้างกว่า 3 ล้านล้านบาท (ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2556) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตลอดทั้งปี 2556 ได้อย่างไม่เป็นประเด็นที่ต้องกังวล นอกจากนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าคงเห็นการปรับตัวของธนาคารพาณิชย์เพื่อรับมือกับสภาพคล่องในระบบการเงินที่อาจทยอยตึงตัวขึ้น รวมถึงเพื่อแข่งขันกับช่องทางการออมอื่นๆ เนื่องจากในช่วงท้ายปีผู้ออมมักมีการกระจายเงินออมสู่ช่องทางการออมอื่นๆ อาทิ กองทุนรวม LTF/RMF และประกันชีวิต เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ด้วยการออกผลิตภัณฑ์เงินออมที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ เพื่อระดมเงินออมและเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการขยายสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปี 2556 ซึ่งถือเป็นจังหวะอันดีของผู้ออมเงินที่มีโอกาสเลือกสรรผลิตภัณฑ์เงินออมที่ตอบสนองความต้องการลงทุนทั้งในมิติผลตอบแทนและเงื่อนไขได้อย่างตรงตามความต้องการ







