posttoday
ภาษาที่สามรู้ไว้ใช้ได้จริง

ภาษาที่สามรู้ไว้ใช้ได้จริง

26 กันยายน 2556

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

เวลานี้ภาษาอาเซียนกำลังมาแรง เพราะหลายคนมองว่า “ภาษาที่สาม” จะช่วยให้ได้เปรียบคนอื่นๆ ขณะที่ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาที่สองที่ไม่รู้ไม่ได้แล้ว

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และฝ่ายภาษาและนวัตกรรมการสอน บริษัท การบินไทย ร่วมกันจัดสัมมนา “วัฒนธรรมและภาษาที่สามกับประชาคมอาเซียน” เพื่อค้นหาคำตอบว่าภาษาที่สองและสามจำเป็นมากแค่ไหนบนเส้นทางสู่ประชาคมเดียวกัน

อนามัย ดำเนตร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ภาษาไทยถือเป็นภาษาที่หนึ่งในบ้านเรา ส่วนภาษาที่สอง คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาที่สาม คือ ภาษาอื่นๆ ซึ่งในขณะนี้น้ำหนักความสำคัญอยู่ที่ภาษาใน 10 ชาติอาเซียน เพราะต่อจากนี้ไปจะรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกัน และจะนำร่องเปิดเสรี 8 สาขาวิชาชีพ รวมถึงภาคบริการ การท่องเที่ยว การบิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยมีแนวทางที่จะบรรจุตำแหน่งให้กับอาจารย์ผู้สอนภาษาอาเซียนมากขึ้น

การรู้ภาษาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะภาษาและวัฒนธรรมมีความเกี่ยวข้องกัน จึงจำเป็นที่ต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป หากไม่เข้าใจวัฒนธรรม ก็ไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้ถูกต้องและเหมาะสม บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจผิดได้

ยกตัวอย่างวัฒนธรรมของ 5 ชาติตะวันตกที่ใช้ภาษาอังกฤษ ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ระหว่างการพูดคุยกันต้องสบตาด้วย เพื่อแสดงความจริงใจ และไม่ควรกินอาหารเสียงดัง เพราะถือว่าไม่มีมารยาท ขณะที่วัฒนธรรมของคนเวียดนาม ในระหว่างการร่วมโต๊ะอาหาร ควรซดเสียงดังๆ เพื่อแสดงออกว่าอาหารอร่อย

ด้าน ภัททิยา ยิมเรวัต รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เราไม่อาจหลีกเลี่ยงการรวมตัวสู่ประชาคมเดียวกัน และต้องเตรียมตัวเพื่อเตรียมรับโอกาสและความท้าทายที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต หลังจากเส้นแบ่งเขตประเทศในอาเซียนเลือนหายไป

การทำความเข้าใจเพื่อนบ้านผ่านภาษา จำเป็นต้องเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาด้วย เพราะการสื่อสารไม่ใช่แค่อ่าน พูด หรือเขียนได้ แต่มีบริบททางวัฒนธรรมครอบอยู่ด้วย เพราะภาษาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดวัฒนธรรมและความคิดของผู้คน

อย่างภาษาเวียดนาม แม้จะรู้ว่าศัพท์ไหนใช้เรียกแทนตัวเอง แต่ยังต้องรู้ว่าจะใช้ในสถานการณ์ใดอีกด้วย เช่น คำว่า โตย ในภาษาเวียดนามแปลว่า ฉัน แต่เวลาพูดคุยกันจะไม่ใช้คำนี้พร่ำเพรื่อ เพราะสังคมเวียดนามนิยมใช้ความเป็นเครือญาติและยกย่องผู้ที่พูดด้วย รวมถึงชอบจับเนื้อจับตัวแสดงความใกล้ชิด

“การรู้ภาษาที่สาม ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาอาเซียน อาจเป็นภาษาอื่นๆ อย่าง สเปน โปรตุเกส เลือกเรียนตามที่เราชอบ แต่ขอให้ใช้ภาษานั้นได้อย่างถูกต้อง รู้จริง ไม่ใช่งูๆ ปลาๆ และต้องเข้าใจวัฒนธรรมด้วย เพราะเป็นเสน่ห์ที่ทำให้การสื่อสารประสบผลสำเร็จ”

ส่วนใครที่สนใจภาษาอาเซียน ก็ควรรู้ว่าชอบภาษาอะไร หรือควรเลือกภาษาอะไรเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อเลือกเรียนภาษาใดก็ควรสื่อสารให้ได้เหมือนเจ้าของภาษา ซึ่งจะลดความแตกต่างระหว่างกันได้ ซึ่งภาษาที่สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง คือ ภาษามาเลย์ สามารถใช้ได้ในมาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ รวมถึงอินโดนีเซีย เพราะภาษาอินโดฯ พัฒนาจากภาษามาเลย์

อาจารย์ภัททิยา แนะว่า การเรียนภาษาในสภาพแวดล้อมจริงเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่มีโอกาสก็เรียนรู้ผ่านช่องทางอื่นๆ ได้ เช่น ดูหนัง อ่านหนังสือ เพื่อเรียนรู้ไปพร้อมกับได้ความบันเทิงและสร้างเสริมจินตนาการ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน