
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ยังหวังยอดรับรู้รายได้โต 10%
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ยันไม่ปรับเป้าลง เพราะพิษการเมือง หวังยอดรับรู้รายได้โต 10%
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ยันไม่ปรับเป้าลง เพราะพิษการเมือง หวังยอดรับรู้รายได้โต 10%
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 17 โครงการ มูลค่ารวม 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นเป้าที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีนี้และยังไม่ได้มีการปรับแผนใหม่ หลังจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงรุนแรงขึ้น โดยตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ไว้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดขายอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%
ขณะที่ไตรมาสแรก ของปีนี้บริษัทฯ มียอดขาย 2,850 ล้านบาท และมียอดขายที่รอรับรู้รายได้อยู่(แบ็คล็อก) จำนวน 19,595 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวน 2,500 ล้านบาทที่มาจากโครงการแนวราบ ซึ่งจะรับรู้ในปีนี้ ส่วนคอนโดมิเนียม 1.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสร้างรายได้เข้าบริษัทต่อเนื่อง 3 ปี
“ตอนนี้ถือว่าเร็วเกินไป ที่จะต้องปรับเป้าใหม่ เพราะบริษัทไม่ได้เป็นห่วงเรื่องสภาพคล่อง เนื่องจากมีวงเงินกู้กับสถาบันการเงิน และล่าสุดบริษัทมีมติให้ออกหุ้นกู้จำนวน 4,000 ล้านบาท”
นายอนุพงษ์ ให้ความเห็นถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมว่า แม้ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ด้านการเมืองว่ามีความเสียหายเท่าไหร่ แต่หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวต่อเศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะเติบโตเป็นบวก แค่ 2% ทำให้การใช้เม็ดเงินในการทำตลาดต้องได้ประโยชน์มากที่สุด เช่นการใช้ไดเร็ค เมล์ และจะไม่ใช้สื่อแบบเหวี่ยงแห่
สำหรับสถานการณ์ตลาดในปีนี้นั้น เชื่อว่ายังคงขยายตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขยายมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ รวมถึงการคงอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งการที่ธนาคารพาณิชย์แข่งขันการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้ ซึ่งคาดว่าการแข่งขันการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ จะยังคงรุนแรงเช่นเดียวกับปี 2552







