
ทันสถานการณ์
ยกฟ้องคดี ‘ซูเปอร์บอร์ด กสทช.’
ยกฟ้องคดี ‘ซูเปอร์บอร์ด กสทช.’
ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2556 ยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคำฟ้องพิจารณาในคดีที่นายจิระเดช พูลสุข ฟ้องวุฒิสภาว่า ดำเนินการคัดเลือกกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (ซูเปอร์บอร์ด) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเห็นว่าผู้ฟ้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
คดีดังกล่าว นายจิระเดชได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่รับคำฟ้องของนายจิระเดช ซึ่งเป็นผู้สมัครเข้ารับการดำเนินการคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเพื่อนำเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาคัดเลือกเป็นซูเปอร์บอร์ด และเห็นว่าการลงคะแนนของวุฒิสภาเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว จึงขอให้เพิกถอนผลการคัดเลือกซูเปอร์บอร์ดและดำเนินการคัดเลือกใหม่
ทั้งนี้ ศาลปกครองชั้นต้นได้พิจารณาแล้วว่าผู้ฟ้องคดีไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องร้อง เนื่องจากทางวุฒิสภาได้ดำเนินการคัดเลือกตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง โดยต้องเลือก 5 คน จากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 10 คน ตามระเบียบ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ขณะยื่นฟ้องคดียังไม่ปรากฏว่ามีประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นซูเปอร์บอร์ด โดยนิตินัยจึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดียังไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหาย
เด้งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเข้ากรุ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 ก.ย. มีมติอนุมัติตามข้อเสนอกระทรวงพลังงาน ให้นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง และนายสมนึก บำรุงสาลี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน พร้อมกันนี้แต่งตั้งนายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
สำหรับนายวีระพล เข้ามานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2554 จากก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ด้านยุทธศาสตร์ด้านพลังงานคนหนึ่ง และส่วนสาเหตุของการถูกโยกย้ายครั้งนี้อาจเป็นไปได้ไม่ค่อยตอบสนองนโยบายการเมืองประกอบกับเป็นคนตรงและท่าที่สอบถามคนใกล้ชิดนายวีระพล รู้ตัวแล้วว่าจะโดนโยกย้าย เพราะไม่ทำงานตอบสนองฝ่ายการเมือง
ฝากดูแลค่าครองชีพ
นายสมชาติ สร้อยทอง ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังที่ ครม.มีมติแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่ ว่า เตรียมเชิญผู้ประกอบการตั้งแต่ผู้ผลิตสินค้า ค้าส่งและค้าปลีก มาหารือในการแก้ปัญหาราคาสินค้าแพง โดยเน้นไม่ให้ผู้ประกอบการกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเอาเปรียบด้วยการคิดกำไรมากเกินไปจนสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ค้ารายย่อยหรือผู้บริโภค แต่หากขอความร่วมมือแล้วผู้ประกอบการกลุ่มใดยังเอาเปรียบผู้บริโภคมากเกินไป ก็จะใช้มาตรการกฎหมายเข้ามาดำเนินการ
ทั้งนี้ ยอมรับว่าราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงหรือลดลงขึ้นอยู่กับกลไกตลาด โดยสินค้าที่มีราคาแพงส่วนใหญ่มาจากปริมาณในตลาดน้อยกว่าความต้องการสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งต่อไปก็จะแก้ปัญหาโดยการเพิ่มปริมาณสินค้าที่ขาดแคลนให้เพียงพอกับความต้องการ เช่น การหาสินค้าอื่นๆ มาทดแทน หรือการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อชดเชย
ด้าน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายในและว่าที่เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก กล่าวว่า ต้องการฝากงานให้อธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่เข้าไปดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ โดยเฉพาะไข่ไก่ เนื่องจากเรื่องของค่าครองชีพเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค







