posttoday
14 ภาคี ร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทย

14 ภาคี ร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทย

25 กันยายน 2556

โดย...พณิตศร หวังจงชัยชนะ

โดย...พณิตศร หวังจงชัยชนะ

14 องค์กรภาคีร่วมกันเดินหน้า “โครงการเปลี่ยนประเทศไทยให้รุ่งเรืองด้วยความรู้ทางการเงิน” โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ 13 องค์กรพันธมิตร ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB)

สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) และสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ได้ร่วมกันเซ็นสัญญาบันทึกความร่วมมือเบื้องต้น (เอ็มโอยู) ร่วมกันดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อมุ่งให้ประชาชนตระหนักถึงความจำเป็นของการวางแผนทางการเงินการลงทุนเพื่ออนาคต

“วรพล โสคติยานุรักษ์” เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ต้องการนำความรู้ไปสู่ภาคประชาชนในวงกว้าง ทำให้คนไทยได้อยู่ดีกินดี พึ่งตนเองได้ไม่เป็นภาระของคนรอบข้างและสังคม

“การเซ็นเอ็มโอยูในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยกันทำ เพื่อให้สังคมไทยรู้จักเก็บรู้จักใช้ และต้องการผลักดัน ธีมประเทศไทย นำมาซึ่งความอยู่ดีมีสุขของประชาชนทั่วไป โดยหลังจากนี้จะมีการหารือเป็นระยะ” เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าว

หลังจากนี้คงจะมีโครงการออกมาเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าประสงค์

“จรัมพร โชติกเสถียร” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวเสริมว่า ในด้านของ ตลท.ได้ดำเนินการให้ความรู้กับเด็ก เยาวชน ผู้มีเงินออมและประชาชนทั่วไปมาตั้งแต่ปี 2545 กว่า 1 ทศวรรษที่ได้ดำเนินการมา ให้ความสำคัญส่งเสริมความรู้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ผ่านโครงการเงินทองของมีค่า การแข่งขันเพชรยอดมงกุฎ และการร่วมมือกันของภาคีทั้ง 14 องค์กรนี้ถือเป็นเรื่องดีในการประสานพลัง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการลงทุนไปสู่ประชาชนในวงกว้าง

“เลขาธิการสำนักงาน สปส.” กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน สปส.มีเงินลงทุนรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยกว่า 90% ของเงินลงทุนเป็นเงินออมชราภาพ ของผู้ประกันตนจำนวนกว่า 11 ล้านคน สำนักงานจึงมีภารกิจหลักในการบริหารจัดการ “ระบบการออมภาคบังคับ” ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานเพื่อให้มีเงินบำเหน็จบำนาญใช้หลังเกษียณ

นอกจากนี้ สปส. ยังได้รับมอบหมายภารกิจจากรัฐบาลในการขยายความคุ้มครองไปยังแรงงานนอกระบบอีก กว่า 24 ล้านคน เพื่อให้มีระบบการออมเพื่อเกษียณเช่นเดียวกับแรงงานที่อยู่ในระบบ สำนักงานมีความยินดีที่จะร่วมมือกับนักลงทุนสถาบันอื่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเงินและการลงทุน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และเห็นความสำคัญของการออมเงิน มีวินัยการออมและบริหารจัดการเงินออมให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

“โสภาวดี เลิศมนัสชัย” เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า การเดินหน้าสร้างความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณให้กับสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนอย่างต่อเนื่องถือเป็นภารกิจสำคัญของ กบข. และมีความยินดีจะผนึกกำลังกับเครือข่ายชั้นนำของประเทศ โดยมีความคาดหวังว่าประชาชนจะมีความมั่นคงในชีวิต และมีเงินเพียงพอใช้หลังเกษียณอายุ

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า พยายามผลักดันให้ความรู้เรื่องการเงินให้กับภาคประชาชน และสภาธุรกิจตลาดทุนอยู่ในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จะอาศัยเวทีดังกล่าว เล่าเรื่องความร่วมมือของ 14 ภาคีนี้ เพราะในที่ประชุม กรอ.จะมีองค์กรภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

“สมจินต์ ศรไพศาล” นายกสมาคม AIMC กล่าวว่า มักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” แต่ในวันนี้คงต้องเริ่มที่จะบอกกับประชาชนทั่วไปว่า “ถ้าคุณไม่ลงทุน คุณมีความเสี่ยงอย่างมากในชีวิต” โดยมองว่าหากสามารถสร้างวัฒนธรรมการลงทุนในประเทศไทย จะเป็นการเปลี่ยนประเทศไทย ในการที่จะสามารถสร้างคนไทยให้รู้จักพากเพียรในการทำงาน พอเพียงในการจับจ่ายและเพลิดเพลินในการลงทุนได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยอย่างแท้จริง

คนไทยจะอยู่ดีกินดีและพึ่งตนเองได้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือร่วมใจกันในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่า เชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และลดปัญหาสังคมได้ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค