
ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบชุมนุม
ครม.เห็นชอบ 3 มาตรการภาษีช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม
ครม.เห็นชอบ 3 มาตรการภาษีช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ได้แก่ 1. การขยายเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) จากรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นงวดวันที่ 31 ธ.ค. 52 ต้องยื่นเสียภาษีภายในวันที่ 30 พ.ค. 53 ให้ยืดไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 53
2. การขยายเวลายื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) กำหนดให้ชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายการยื่นแบบออกไปอีก 2 เดือน นับจากวันสิ้นสุดวันชุมนุม โดยจะมีการพิจารณาการยื่นคำร้องเฉพาะราย
และ 3. การขยายระยะเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด. 3) ปกติให้ชำระในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เห็นสมควรให้ขยายการยื่นแบบออกไป 2 เดือนนับจากวันสิ้นสุดการชุมนุม โดยจะมีการพิจารณาการยื่นคำร้องเฉพาะราย
รองโฆษกประจำสสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วงเงิน 5,000 ล้านบาท จากเอสเอ็มอีแบงก์ รายละไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยจะเปิดให้ผู้ประกอบการขอสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2553 หรือจนกว่าจะครบวงเงิน ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์-3% ต่อปี ตลอดระยะเวลาการกู้ ปีแรกจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ใช้หลักประกันเป็นที่ดิน บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และการค้ำประกันไขว้ 2 ราย โดยเอสเอ็มอีแบงก์จะแยกบัญชีดำเนินการ หรือ พีเอสเอ เพื่อขอรับชดเชยจากรัฐกรณีที่เกิดความเสียหาย
“การขอสินเชื่อจะครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการในเขตราชประสงค์ ประตูน้ำ ผ่านฟ้า อาจครอบคลุมไปถึงถนนสีลม และบริเวณซอยบ้านที่พักอาศัยของนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชุมนุมค่อนข้างมากกว่าที่อื่น ซึ่งในชั้นนี้นายกฯ เน้นให้ช่วยผู้ประกอบการที่ปิดกิจการก่อน และยังเปิดให้ผู้ประกอบการที่เป็นหนี้เสีย หรือ เอ็นพีแอล มาขอสินเชื่อได้ แต่จะต้องมีการพิจารณาเป็นรายกรณี” นายวัชระกล่าว
ครม.ยังอนุมัติมาตรการช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย 5 มาตรการ คือ 1. พนักงานหรือลูกจ้างที่ถูกให้ออกจากงาน หรือยุติการจ้างรายวันหรือชั่วคราว ให้รัฐจ่ายชดเชย โดยใช้ค่าเฉลี่ยรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมี.ค. เป็นเกณฑ์ 2.พนักงานลูกจ้างที่ขาดรายได้จากส่วนแบ่งจากการขายและบริการ หรือ ค่าคอมมิชชั่น ให้รัฐจ่ายชดเชย โดยใช้ค่าเฉลี่ยรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมี.ค. เป็นเกณฑ์
มาตรการที่ 3.พนักงานที่นายจ้างยังคงรักษาสภาพและมีการจ่ายเงินเดือนตามปกติ ให้รัฐสนับสนุนนายจ้าง โดยคิดจำนวนวันที่รัฐต้องสนับสนุนนับจากวันที่ 3 เม.ย. 2553 จนกระทั่งสิ้นสุดการชุมนุม หากรัฐไม่สามารถชดเชยได้ ให้กิจการตั้งเป็นยอดเครดิตเพื่อหักการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนิติบุคคลที่ต้องนำส่งในอนาคต 4.หากรัฐไม่สามารถสนับสนุนได้ให้เว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือเพิ่มค่าลดหย่อนกับพนักงานลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบโดยตรงสำหรับปีภาษี 2553 และ 5.ยกเว้นการหักเงินประกันสังคมสำหรับพนักงาน และงดนำส่งเงินเข้ากองทุนทนแทนแรงงานในช่วงเวลาชุมนุม







