
เทรนด์อุตสาหกรรมในโลกอนาคคต
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ K Connect ที่ธนาคารกสิกรไทยได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้าของธนาคาร ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเทรนด์ต่างๆ ที่จะส่งผลต่อกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมในอนาคต ผมจึงขอเลือก 6 เทรนด์ที่น่าสนใจมาแชร์ท่านผู้อ่านเผื่อจะเป็นแนวทางในการวางแผนธุรกิจเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ K Connect ที่ธนาคารกสิกรไทยได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้าของธนาคาร ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเทรนด์ต่างๆ ที่จะส่งผลต่อกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมในอนาคต ผมจึงขอเลือก 6 เทรนด์ที่น่าสนใจมาแชร์ท่านผู้อ่านเผื่อจะเป็นแนวทางในการวางแผนธุรกิจเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ครับ
1.BioSolar Home การที่พลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงขึ้น รวมถึงการพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งราคายังถูกลง ทำให้ในอนาคตเราจะนิยมนำแผงโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบนหลังคาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองภายในบ้าน อีกทั้งกระแสไฟฟ้าที่เหลือก็ยังมีระบบเก็บสำรองได้ หรือแม้กระทั่งนำไปขายให้แก่การไฟฟ้าได้อีก ส่วนวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านก็สามารถลดความร้อนได้ทั้งวัสดุที่ทำหลังคา ผนังบ้าน กระจก และสีทาบ้าน รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะเน้นการประหยัดไฟ
2.Just In Time In Logistic ผลของการพัฒนาระบบส่งผ่านข้อมูลจากจุดขายสินค้า (Point of Sales)ไปยังผู้ผลิตสินค้า ทำให้ผู้ผลิตทราบความต้องการของลูกค้าและผลิตสินค้าออกมาและจัดส่งได้ทันในเวลาที่เหมาะสม กลายเป็นระบบโลจิสติกส์ที่มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว (Quick Response Logistics : QR) ซึ่งจะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และแก้ไขปัญหาสินค้าหมดสต๊อก การจัดเก็บสินค้าคงคลังก็น้อยลงทำให้สามารถลดต้นทุนลงไปได้
3.เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เทคโนโลยีการสร้างบ้านในอนาคตจะใช้คอมพิวเตอร์สร้างแบบบ้านแล้วใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติพิมพ์วัสดุออกมาเป็นส่วนๆ แล้วนำมาประกอบกัน ซึ่งวัสดุนั้นจะประกอบด้วยคอนกรีตหรือวัสดุอื่นๆ ที่แข็งแรงและทนความร้อน ทำให้ลดการเสริมเหล็กลงไปได้ ไม่ต้องใช้ไม้แบบในการก่อสร้าง เศษวัสดุเหลือทิ้งก็น้อยลง ซึ่งคาดกันว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถลดวัสดุก่อสร้างลงได้ถึง 30-40% และลดค่าแรงได้ถึง 30-50%
4.ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า จากกระแสการรักษาสิ่งแวดล้อมและราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้มีการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและราคาถูกลง ประกอบกับการสร้างบ้านด้วยระบบ BioSolar ที่สามารถเปลี่ยนแสงแดดให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำมาชาร์จกับรถยนต์ได้ ซึ่งจะประหยัดค่าพลังงานได้มาก และสามารถลดควันพิษและมลภาวะทางเสียงไปด้วย ส่วนกิจการปั๊มน้ำมันก็คงต้องปรับตัวหันไปดูแลแบตเตอรี่หรือมอเตอร์ขับเคลื่อนรถยนต์แทน
5.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นการท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมด้านสุขภาพรวมอยู่ด้วย เช่น การตรวจสุขภาพ การทำฟัน แม้กระทั่งการนวดแผนไทยและสปา โดยเฉพาะในภาวะที่ประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้วก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุทำให้มีการดูแลรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในด้านการท่องเที่ยวและการบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับโลกในราคาที่ถูกกว่า จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจจะลงทุนด้านนี้
5.การจ่ายเงินระบบดิจิตอลในอุตสาหกรรมค้าปลีก พัฒนาการของการชำระเงินซื้อสินค้าได้ก้าวหน้าจากการใช้เงินสดไปสู่บัตรเครดิต และกำลังจะก้าวต่อไปในยุคของ Smart Phone คือ การชำระเงินผ่านระบบ Near Field Communication (NFC) ที่เพียงแต่เอา Smart Phone ของเราที่มี Digital Wallet แตะกับเครื่องรับสัญญาณก็สามารถชำระเงินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่ง Google คาดว่าในปี 2014 จะมีการชำระเงินผ่าน NFC ทั่วโลกประมาณ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะกระโดดเป็น 670,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 ส่วนคนไทยเราก็คงไม่ต้องกลัวตก Trend นะครับ เพราะ KBank ก็กำลังพัฒนาระบบชำระเงินผ่าน NFC ให้เราได้ใช้กันในปีหน้านี้ละครับ
เราคงจะเห็นสัญญาณของเทรนด์บางอย่างเกิดขึ้นมาในระยะหนึ่งแล้ว แต่เทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้นอาจจะยังไม่มีอิทธิพลมากนักในปัจจุบัน แต่พัฒนาการของเทคโนโลยี และ Lifestyle ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจะทำให้เทรนด์เหล่านี้มีบทบาทมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหวังว่าท่านผู้อ่านที่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะวางแผนรองรับโอกาสที่จะมาถึง และประสบความสำเร็จทั่วกัน...
ผมขอเอาใจช่วยครับ







