posttoday
กระตุ้นธุรกิจไทยรุกเจาะอินเดีย

กระตุ้นธุรกิจไทยรุกเจาะอินเดีย

24 กันยายน 2556

อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง แต่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยน้อยกว่าตลาดอื่น เนื่องจากไม่มีความคุ้นเคย

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง แต่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยน้อยกว่าตลาดอื่น เนื่องจากไม่มีความคุ้นเคย ทั้งที่ไทยและอินเดียมีกรอบความตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน ได้แก่ ข้อตกลงการค้าเสรีไทยอินเดีย และข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียนอินเดีย

สาธิต เซกาล นายกสมาคมธุรกิจไทยอินเดีย กล่าวว่า อินเดียเป็นตลาดที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งผู้ประกอบการรวมถึงภาครัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับตลาดอินเดียมากกว่านี้ หลังจากที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสนใจตลาดอินเดียอย่างจริงจัง ทำให้เสียโอกาสการส่งออกสินค้าเข้าไปขายในตลาดอินเดีย เช่น อินเดียนำเข้าน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ขณะที่สินค้าไทยที่จำหน่ายในอินเดียส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากสิงคโปร์ เพราะมีราคาถูกกว่า และการติดต่อกับผู้ประกอบการไทยทำได้ยากกว่าติดต่อกับพ่อค้าในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข

ทั้งนี้ ในอดีตไทยขาดดุลการค้ากับอินเดีย แต่เมื่อ4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเร่งลดภาษีสินค้าบางส่วนทันที (Early Harvest Scheme : EHS) ไทยและอินเดียได้ยกเลิกภาษีสินค้าจำนวน 82 รายการ เช่น เงาะ ลำไย มังคุด ทุเรียน ข้าวสาลี ทำให้ไทยกลับมาได้ประโยชน์และส่งออกสินค้าไปอินเดียมากขึ้น แต่ประมาณ 85% ของสินค้าส่งออกเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งไทยไม่เคยที่จะกระจายความเสี่ยงส่งสินค้าที่หลากหลาย ดังนั้นหากเมื่อไหร่อินเดียผลิตสินค้าเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ หรือสั่งซื้อสินค้าแบบเดียวจากประเทศอื่นได้ ไทยมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียตลาดอินเดียได้ง่าย

สำหรับสินค้าที่จะมีโอกาสอย่างมากในตลาดอินเดีย ได้แก่ ผลไม้ไทย ซึ่งสามารถส่งออกไปได้โดยจะไม่ถูกต่อต้าน เช่น มังคุด ลำไย เงาะ ส้มโอ มะขามหวาน สับปะรด เพราะอินเดียผลิตไม่ได้ และตลาดสามารถรองรับสินค้าผลไม้จากไทยได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงที่สินค้าไทยล้นตลาด ราคาตก ก็สามารถที่จะส่งสินค้าเหล่านี้เข้าไปในตลาดอินเดียได้

“ตลาดอินเดียในปัจจุบันต่างจากที่คนไทยคิดไว้ มีนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามาเมืองไทย 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งในอีก 5 ปี น่าจะเพิ่มขึ้นได้เป็นปีละ 2 ล้านคน ซึ่งทำให้อินเดียคุ้นเคยกับสินค้าไทย”

นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังมีงบประมาณมหาศาลสำหรับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีนักลงทุนจากมาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน เข้าไปรับสัมปทานหลายราย แต่มีจากไทยเพียงรายเดียวเท่านั้น

วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) กล่าวว่า ตลาดอินเดียน่าจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยกลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มตลาดของผู้มีรายได้ต่ำในอินเดีย เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้หากมีเงินจะใช้เงินเพื่อซื้อของดำรงชีพ ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับปรุงสินค้าให้เข้ากับตลาดอินเดียด้วย เช่น ปรับบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดเล็ก ตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสม เหมาะกับการซื้อของคนอินเดีย การทำธุรกิจในอินเดียต้องมองในระยะยาว 67 ปี

ด้านอุตสาหกรรมที่มีโอกาสในประเทศอินเดีย ได้แก่ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เนื่องจากชาวอินเดียนิยมใส่เครื่องประดับ อุตสาหกรรมเครื่องเรือนและเครื่องตกแต่งบ้าน เพราะสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากไทยมีนวัตกรรมและฝีมือช่างที่ดี

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร โดยชาวอินเดียยอมรับสินค้าอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น รวมถึงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ รัฐบาลอินเดียสนับสนุนและตั้งคลัสเตอร์การผลิต ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ค่อนข้างมาก หากผู้ประกอบการไทยตามรายใหญ่อย่างญี่ปุ่นไปจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน