
บริษัทน้องใหม่
บริษัทน้องใหม่หลายปีก่อน “เวียดนาม” เร่งเครื่องพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว เป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ถูกจับตามองจากทั่วโลก แม้ระยะหลังจะเดินสะดุดขาตัวเองจนทำให้ความเร็วแผ่วลงไปบ้างก็ตาม
บริษัทน้องใหม่หลายปีก่อน “เวียดนาม” เร่งเครื่องพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว เป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ถูกจับตามองจากทั่วโลก แม้ระยะหลังจะเดินสะดุดขาตัวเองจนทำให้ความเร็วแผ่วลงไปบ้างก็ตาม
แต่หากมองภาพ “บริษัทเกิดใหม่” ด้านเทคโนโลยี หรือ Startupที่มักใช้เรียกบริษัทน้องใหม่ในย่านซิลิคอนวัลเลย์ ก่อนจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น กูเกิลและเฟซบุ๊ก ในแง่นี้เวียดนามมีพัฒนาการที่น่าสนใจมาก และมีความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เพราะความเบ่งบานของเทคโนโลยีจะช่วยให้เวียดนามเป็นเจ้าของนวัตกรรม และผงาดขึ้นเป็นผู้เล่นที่ทรงอำนาจได้ในที่สุด
หนำซ้ำเวียดนามยังมีความได้เปรียบในเรื่องจำนวนประชากรและโครงสร้างประชากรที่กว่า 60% เป็นคนหนุ่มสาว ซึ่งล้วนดึงดูดบริษัทไอทีระดับโลกให้มาลงหลักปักฐาน และช่วยพัฒนาทุนมนุษย์ในเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็น “ซัมซุง” ที่เพิ่งเปิดโรงงานใหม่ เช่นเดียวกับ “อินเทล” ที่ตั้งโรงงานผลิตชิปขนาดใหญ่ที่นี่ด้วย
เมื่อดูภูมิทัศน์การประกอบการในเวียดนามโดยรวม ข้อมูลจากกระทรวงวางแผนและลงทุนของเวียดนาม ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดจดทะเบียนของผู้ประกอบการหน้าใหม่อยู่ที่ 3.9 หมื่นราย เทียบกับปี 2555 ที่ยอดจดทะเบียนรวมทั้งปีอยู่ที่ 69,874 ราย ขณะที่ในปี 2554 ตัวเลขอยู่ที่ 77,548 ราย และปี 2553 อยู่ที่ 83,737 ราย
ขณะเดียวกัน ยอดปิดตัวของธุรกิจน้องใหม่ก็ไม่ใช่น้อย โดยครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 2.9 หมื่นราย ส่วนปี 2555 ปิดตัว 5.4 หมื่นราย ปี 2554 อยู่ที่ 5.3 หมื่นราย และปี 2553 อยู่ที่ 4.3 หมื่นราย
แม้ว่าตัวเลขจดทะเบียนบริษัทใหม่ในเวียดนามจะลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอความร้อนแรงลง ทว่าจุดแข็งอยู่ที่คนเวียดนามยังคงมีวัฒนธรรมของการเป็นผู้ประกอบการ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ก็ตาม
เห็นได้จากการเปิดร้านขายของชำที่ผุดเป็นดอกเห็ดในประเทศแห่งนี้ โดยหากมีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้น อีกไม่นานก็จะเห็นคู่แข่งเปิดร้านขายสินค้าประเภทเดียวกัน เพราะคนเวียดนามคิดที่จะทำมาค้าขายอยู่ตลอดความรู้สึกเช่นนี้มีส่วนสำคัญต่อจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการของชาวเวียดนาม
น่าสนใจว่า บริษัทเกิดใหม่เหล่านี้ยังเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศหลังมีนโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะคนเวียดนามทุ่มเทและทำงานหนัก เพราะมองเห็นโอกาสใหม่ๆ หลังเผชิญกับความยากจนและลำบากจากสงครามที่ยาวนาน และมีบริษัทท้องถิ่นหลายแห่งประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ เวียดนามยังมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเป็นผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นงานประชุมและอีเวนต์ต่างๆ ทั้งระดับประเทศและสากลมีสภาพแวดล้อมของการแข่งขันเพราะมีจำนวนผู้เล่นหลายราย รวมถึงมีธุรกิจที่คอยช่วยเหลือบริษัทน้องใหม่เพิ่มขึ้น อาทิ Startup.vn Seedfund.vn ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเงินทุนได้ง่ายขึ้น
อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ เครือข่าย หากผู้ประกอบการรายใดมีเครือข่ายที่ดีก็จะประสบความสำเร็จได้ เพราะเวียดนามขึ้นชื่อเป็นตลาดปราบเซียน ดูอย่างกรณีคลาสสิกของ “แมคโดนัลด์” เชนฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของสหรัฐที่เพิ่งจะประกาศเปิดสาขาแรกในปีหน้า ทั้งที่สนอกสนใจตลาดนี้มานานแล้ว แต่ไม่สามารถหาหุ้นส่วนธุรกิจที่แข็งแกร่งได้ จนได้คุยกับ “เฮนรี เหงวียน” ลูกเขยนายกรัฐมนตรีเวียดนาม







