posttoday
กฟผ. ลงทุน 7.8 หมื่นล.รับมือไฮสปีดเทรน

กฟผ. ลงทุน 7.8 หมื่นล.รับมือไฮสปีดเทรน

24 กันยายน 2556

ความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) หวังจะยกระดับระบบคมนาคมขนส่ง และเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ นอกจากจะห่วงเรื่องเงินลงทุนหลักล้านล้านบาทแล้ว ยังมีอีกมุมหนึ่งที่น่าห่วงกว่า คือการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับการให้บริการไฮสปีดเทรน

ความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) หวังจะยกระดับระบบคมนาคมขนส่ง และเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ นอกจากจะห่วงเรื่องเงินลงทุนหลักล้านล้านบาทแล้ว ยังมีอีกมุมหนึ่งที่น่าห่วงกว่า คือการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับการให้บริการไฮสปีดเทรน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่รับผิดชอบการจัดจำหน่ายไฟฟ้าในส่วนของต่างจังหวัด และเกี่ยวข้องกับโครงการนี้โดยตรง จึงจัดสัมมนาวิชาการ “พีอีเอ กับความพร้อมในการรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูง” ขึ้น

สุวัฒน์ เชี่ยวชาญชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า กฟภ. กล่าวว่า กฟภ.กำหนดแผนลงทุนเพื่อนำไปพัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไว้กว่า 7.8 หมื่นล้านบาท เป็นการลงทุนสถานีไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้าให้ครอบคลุมกับเส้นทางรถไฟที่วางไว้ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แบ่งการลงทุนไว้ 2 แนวทาง คือ 1.แผนพัฒนาระบบไฟฟ้า ระยะที่ 1 ก่อสร้างสายส่ง 1158 เควี ระยะทาง 244 วงจรกม. ดำเนินการในปี 2557-2560 ใน 4 เส้นทาง คือ จาก กทม.ไปยังพิษณุโลก นครราชสีมา ระยอง และหัวหิน เงินลงทุน 3,997 ล้านบาท และการลงทุนระยะที่ 2 ตามแนวรถไฟ 3 เส้นทาง คือ พิษณุโลกเชียงใหม่ นครราชสีมาหนองคาย หัวหินปาดังเบซาร์ ดำเนินการในช่วงปี 2562-2565 เงินลงทุน 3,032 ล้านบาท

2.แผนพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากโครงการรถไฟความเร็วสูง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 11) เป็นการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายทั่วประเทศ ในปี 2557-2564 เงินลงทุน 5.19 หมื่นล้านบาท และการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ เพื่อปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีความปลอดภัย มั่นคงและเชื่อถือได้ ในปี 2556-2563 พื้นที่เทศบาลเมืองและเทศบาลนคร 12 แห่ง เงินลงทุน 2.69 หมื่นล้านบาท

โดยมีการคาดการณ์ว่าโครงการไฮสปีดเทรนจะทำให้ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเฉลี่ยปีละ 1% ซึ่งไม่ใช่สัดส่วนที่สูงมากนัก แต่ กฟภ.ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องระบบสายส่งให้เพียงพอ ที่รองรับรถไฟฟ้าและตัวเมืองที่จะขยายขึ้นจากการที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจนเกิดย่านธุรกิจใหม่ๆ ด้วย

ด้านเยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านรถไฟ กล่าวว่า การดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงมีหลายประเด็นที่ต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมกับการดูแลรักษาระบบของรถไฟที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่พัฒนาระบบรางอย่างเดียว เนื่องจากเป็นเรื่องเทคนิคที่มีความละเอียด จะใช้ระบบการบริหารเดิมแบบของการรถไฟในปัจจุบันไม่ได้ และถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องทำ อันตรายเกินไป

นอกจากนี้ วัสดุอุปกรณ์ชิ้นส่วนของรถไฟ หากเป็นไปได้ก็สามารถเลือกใช้ที่ผลิตในประเทศ จะเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยได้ ขณะเดียวกันการบริหารจัดการรถไฟความเร็วสูงต้องแบ่งแยกหน้าที่กันให้ชัดเจนด้วย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน