posttoday
ตลาดร่วงหนักวานนี้แต่พื้นฐานของบริษัทยังปกติ

ตลาดร่วงหนักวานนี้แต่พื้นฐานของบริษัทยังปกติ

24 กันยายน 2556

ตลาดหุ้นวานนี้ปรับฐานทันทีกว่า 3% หลังผ่าน 2 เหตุการณ์ใหญ่คือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และการผ่านร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หากดูเมื่อวานเพียงวันเดียว ถือว่าปรับลงมากกว่าเพื่อนบ้าน แต่อย่าลืมว่าเพื่อนบ้านเขาปรับฐานไปก่อนเราตั้งแต่หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเสร็จสิ้น แต่หุ้นบ้านเรายังมีประเด็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทให้ลุ้นกันอีกในช่วงปลายสัปดาห์ โดยรวมถือว่าตลาดหุ้นบ้านเราลงมากกว่าเพื่อนบ้านเล็กน้อย แต่พอตลาดลงแรงวานนี้ ข่าวลือต่างๆ ก็เริ่มแพร่สะพัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งระยะหลังเป็นสื่อที่ฮิตกันมาก วันนี้จึงอยากเตือนนักลงทุนให้ซื้อหรือขายหุ้นอย่างมีสติ อย่าตกเป็นเหยื่อของข่าวที่ไม่รู้ว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวที่จงใจสร้างขึ้นมาให้เราได้ยิน อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบกับเงินของท่าน อันที่จริงต้องบอกว่าตลาดที่ปรับขึ้นมาจาก 1,260 จุด ปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงเกือบ 1,500 จุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พื้นฐานเศรษฐกิจและพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และที่ปรับลงกว่า 50 จุดวานนี้ พื้นฐานก็ไม่เปลี่ยนเช่นกัน

ตลาดหุ้นวานนี้ปรับฐานทันทีกว่า 3% หลังผ่าน 2 เหตุการณ์ใหญ่คือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และการผ่านร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หากดูเมื่อวานเพียงวันเดียว ถือว่าปรับลงมากกว่าเพื่อนบ้าน แต่อย่าลืมว่าเพื่อนบ้านเขาปรับฐานไปก่อนเราตั้งแต่หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเสร็จสิ้น แต่หุ้นบ้านเรายังมีประเด็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทให้ลุ้นกันอีกในช่วงปลายสัปดาห์ โดยรวมถือว่าตลาดหุ้นบ้านเราลงมากกว่าเพื่อนบ้านเล็กน้อย แต่พอตลาดลงแรงวานนี้ ข่าวลือต่างๆ ก็เริ่มแพร่สะพัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งระยะหลังเป็นสื่อที่ฮิตกันมาก วันนี้จึงอยากเตือนนักลงทุนให้ซื้อหรือขายหุ้นอย่างมีสติ อย่าตกเป็นเหยื่อของข่าวที่ไม่รู้ว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวที่จงใจสร้างขึ้นมาให้เราได้ยิน อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบกับเงินของท่าน อันที่จริงต้องบอกว่าตลาดที่ปรับขึ้นมาจาก 1,260 จุด ปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงเกือบ 1,500 จุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พื้นฐานเศรษฐกิจและพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และที่ปรับลงกว่า 50 จุดวานนี้ พื้นฐานก็ไม่เปลี่ยนเช่นกัน

กรณีแย่สุด ภาครัฐจะดึงบางโครงการมาประมูลตามวิธีปกติได้

หุ้นกลุ่มรับเหมาเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับลงแรงกว่าตลาดอย่างโดดเด่นเมื่อวานนี้หลังจากเก็งกำไรไปหลายสัปดาห์ก่อนหน้า แต่มุมมองของเราต่อกลุ่มนี้ยังคงเหมือนเดิม แม้ว่าร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และ 3 ไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 287 ต่อ 105 ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาของวุฒิสภา โดยมีกรอบการพิจารณา 30 วัน ซึ่งมีโอกาสผ่านเช่นกัน แต่หลังจากนั้นจะมีความเสี่ยงจากการถูกกลุ่มต่างๆ ที่ต่อต้านร่างกฎหมายเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและเป็นการจัดทำงบประมาณนอกกรอบงบประมาณปกติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ถึงแม้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ไม่ผ่านหรือชะลอไป ทางภาครัฐสามารถดึงเอาโครงการลงทุนต่างๆ ภายใต้ พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทที่พร้อมแล้ว (ผ่าน EIA แล้ว) ออกมาประมูลก่อน โดยมาใช้งบประมาณตาม พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งแต่ละปีจะมีวงเงินกู้ของรัฐหรือที่รัฐบาลค้ำประกันแต่ละปีประมาณ 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการที่พร้อมประมูลแล้วในปัจจุบัน ได้แก่ 1) โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิตสะพานใหม่คูคต) มูลค่าโครงการ 1.1 หมื่นล้านบาท 2) โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท และ 3) โครงการมอเตอร์เวย์ (บางปะอินสระบุรีนครราชสีมา) มูลค่า 6.89 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเปิดประมูลอย่างเร็วสุดประมาณปลายปีนี้ ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ผ่านความเห็นชอบทุกขั้นตอนและมีผลบังคับใช้ ก็สามารถโอนโครงการที่เปิดประมูลเหล่านี้กลับไปอยู่ใน พ.ร.บ.ได้ในภายหลัง

คาดว่าจะเห็นการใช้จ่ายลงทุนมากขึ้นในปี 2557

จากงบประมาณรายจ่ายในการลงทุนปี 2556 จำนวน 4.5 แสนล้านบาท ถึงวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา เบิกจ่ายไปได้เพียง 53% ของวงเงินรวม คาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะมีการเร่งรัดเบิกจ่ายให้มากขึ้น และสำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หากผ่านการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญและผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ภาครัฐตั้งเป้าเร่งให้มีการเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 82% ของงบประมาณ หากสามารถทำได้จริง แนวโน้มการลงทุนในโครงการภาครัฐในปีหน้าก็น่าจะมีมากขึ้นกว่าปีนี้ ซึ่งแทบไม่มีงานประมูลใหญ่ๆ ออกมาเลย

หุ้นเด่นที่ชอบ ได้แก่ STEC และ CK

แม้ว่าในปี 2556 การลงทุนจากภาครัฐจะล่าช้าไม่เป็นไปตามที่คาดไว้เดิม แต่บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เราศึกษาอยู่ก็ยังสามารถเซ็นสัญญารับงานใหม่กันเป็นจำนวนมาก และทำให้งานในมือ (Backlog) ในช่วง 8 เดือนแรกทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่แนวโน้มในปี 2557 งานประมูลน่าจะมีมากขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้ภาพของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังสดใส แม้ว่าราคาหุ้นในระยะสั้น จะมี Sell on Fact แต่สำหรับระยะยาว เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” (Overweight) โดยหุ้นเด่นในกลุ่ม ได้แก่ STEC (ราคาพื้นฐานปีนี้ 27 บาท) รองลงมาเป็น CK (ราคาพื้นฐานปีนี้ 29 บาท) และ ITD (ราคาพื้นฐานปีนี้ 7.30 บาท)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI