
บิ๊กบจ.แห่ขายหุ้นโกยกำไรกระเป๋าตุง
ผู้บริหาร บจ.แห่ขายหุ้นวันที่ดัชนีดีดแรง 50 จุด “สมประสงค์” ขาย INTUCH “รัตนา” ขาย PS
ผู้บริหาร บจ.แห่ขายหุ้นวันที่ดัชนีดีดแรง 50 จุด “สมประสงค์” ขาย INTUCH “รัตนา” ขาย PS
วันที่ 19 ก.ย. 2556 เป็นวันที่ตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้นแรง ขานรับข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงมาตรการคิวอีเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งพลิกล็อกจากตลาดคาดว่าน่าจะลดลงประมาณ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดขึ้นเกือบ 50 จุด ทำให้ราคาหุ้นขยับขึ้นแรงทั่วกระดาน จึงเป็นโอกาสทำกำไรของนักลงทุนรายย่อยรวมถึงผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร บจ. โดยวันที่ 19 ก.ย. พบว่ามีผู้บริหารหลายรายได้ถือโอกาสในการขายหุ้นทำกำไร อาทิ นายสมประสงค์ บุญยะชัย ขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) จำนวน 1 หมื่นหุ้น ในราคาหุ้นละ 89 บาท
นายกรกฤษณ์ ไชยสนิท ได้ขายหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) จำนวน 2.25 หมื่นหุ้น ราคาหุ้นละ 43 บาท นางรัตนา พรมสวัสดิ์ กรรมการบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ขายจำนวน 148,400 หุ้น ราคาหุ้นละ 21.40 บาท
นายสุวิทย์ แก้วอำพันสวัสดิ์ ขายหุ้นบริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) จำนวน 2 หมื่นหุ้น ราคาหุ้นละ 8.05 บาท
นอกจากนี้ นายสุพล สมบัติวิชาธร ได้ขายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นบริษัท แสนสิริ จำนวน 2 แสนหน่วย ราคาหน่วยละ 1.78 บาท
อย่างไรก็ตาม นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ได้ทยอยซื้อหุ้นบริษัท กฤษดามหานคร (KMC) มาตั้งแต่วันที่ 17 และ 18 จนมาถึงวันที่ 19 ก.ย. ซื้อมากขึ้น รวมทั้งสิ้น 49 ล้านหุ้น ได้ราคาตั้งแต่ 0.41 0.43 และ 0.45 บาท ปัจจุบันปิดที่ระดับ 0.45 บาท
นอกจากนี้ นางพูนพรรณ ไชยกุล ได้ซื้อหุ้นบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT จำนวน 1.14 หมื่นหุ้น ราคาหุ้นละ 7.51 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับที่นายสมนึก ไชยกุล ซื้อด้วยในวันที่ 19 ก.ย.
สำหรับหุ้นที่มีกระแสข่าวดีสนับสนุน เช่น บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) ทางผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท เอ็ม แคปปิตอล โฮลดิ้ง ได้ขายออกมาจำนวน 2.78% คงเหลือ 17.68% ในวันที่ 17 ก.ย. และวันรุ่งขึ้นได้ขายอีก 2.78% เหลือจำนวน 14.90%
“MLINK วิ่งขึ้นมาจาก 3 บาทเศษ มาซื้อขายเหนือ 4 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวเรื่องกลุ่มสามารถได้เข้าไปลงทุนหุ้นตัวนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่เจ้าของเดิมคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และบริษัท เอ็ม แคปปิตอลฯ ก็ขายออกมาตลอดจากที่เคยถือรวมกันเกือบ 40%” มาร์เก็ตติ้ง กล่าว
ด้านบริษัท ดับบลิวเอชเอฯ ได้ขายหุ้นกู้จำนวน 3 ชุด มูลค่า 2,700 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา แบ่งเป็นชุดแรกมูลค่า 1,630 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.24% ต่อปี ชุดที่ 2 มูลค่า 5 แสนล้านบาท อายุ 4 ปี ดอกเบี้ย 4.55% และชุดที่ 3 มูลค่า 570 ล้านบาท อายุ 5 ปี กำหนดดอกเบี้ย 4.84% โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและนายทะเบียน
การซื้อคืนหุ้นกู้บริษัทมีสิทธิที่จะซื้อคืนหุ้นกู้จากตลาดรอง หรือแหล่งอื่นๆ ได้ไม่ว่าในเวลาใดๆ







