posttoday
KSLเลื่อนซื้อธุรกิจรอปี’57

KSLเลื่อนซื้อธุรกิจรอปี’57

23 กันยายน 2556

หุ้นเครื่องดื่มอาหารแพงไปกลัวไม่คุ้มตั้งกองอสังหาฯ2พันล้านขายปีหน้า

หุ้นเครื่องดื่มอาหารแพงไปกลัวไม่คุ้มตั้งกองอสังหาฯ2พันล้านขายปีหน้า

KSL ชะลอแผนซื้อกิจการอาหารเครื่องดื่มหลัง พี/อี พุ่งปรี๊ด เล็งตั้งกองทุนอสังหาฯ หวังกำไรพิเศษปันผล

นายชลัช ชินธรรมมิตร์ กรรมการบริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ชะลอแผนเข้าซื้อกิจการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อต่อยอดธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งที่อยู่ในและต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนออกไปจนถึงสิ้นปีนี้

บริษัทจะเริ่มพิจารณาการลงทุนอีกครั้งในปีหน้า เนื่องจากการเจรจาในช่วงที่ผ่านมามีราคาขายค่อนข้างสูงมาก คาดว่าจะได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มกับการลงทุน สะท้อนจากค่าอัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) ของหุ้นบริษัท ขณะนี้อยู่ที่ระดับประมาณ 11-12 เท่า ต่ำกว่าพี/อี หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มในตลาดหุ้นภูมิภาค รวมทั้งของไทยที่มีพี/อี สูงถึงประมาณ 20 เท่า

ทั้งนี้ พี/อีดังกล่าวไม่ได้ปรับลงตามภาวะตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปรับตัวลงแรง เพราะธุรกิจนี้ยังเป็นที่สนใจและเป็นเป้าหมายลงทุนของผู้ประกอบการธุรกิจอาหารด้วยกันเอง และธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องให้ความสนใจเข้าลงทุน เพราะเห็นโอกาสศักยภาพการเติบโตที่สูงในตลาดอาเซียน

“ที่ผ่านมาได้เจรจาขอซื้อกิจการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั้งในและประเทศที่สนใจ 34 ประเทศมาโดยตลอด ทั้งในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย โดยบริษัทเตรียมงบลงทุนซื้อกิจการไว้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท แต่ตกลงราคากับคนขายไม่ได้ เพราะแพงมาก จึงตัดสินใจชะลอลงทุนไปก่อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ปีหน้าค่อยมาดูใหม่ ตอนนี้ราคาหุ้นกลุ่มนี้มีพี/อี สูงมาก เพราะมีแต่คนอยากได้จำนวนมาก ทั้งหน้าเดิมที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจ และคนไม่ได้อยู่ก็สนใจจะซื้อกิจการด้วย” นายชลัช กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีขนาดกองทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท โดยจะนำอาคารลิเบอร์ตี้ สแควร์ มาเป็นสินทรัพย์จัดตั้งกองทุน แผนเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นกองทุนประเภทสิทธิการเช่าในทรัพย์สิน (ลีสโฮลด์) โดยเตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ภายในสิ้นปีนี้เพื่อให้ทันเกณฑ์เดิมที่จะครบอายุ และน่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนเสนอขายหน่วยลงทุนได้ในต้นปีหน้า คาดว่าการคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการกองทุนจะมีข้อสรุปในเดือน ต.ค.นี้

หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้จะส่งให้ผลประกอบการปี 2557 (พ.ย. 2556-ต.ค. 2557) ของบริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ และอนาคตมีโอกาสจะได้รับเงินปันผลจากการกลับเข้าไปถือหน่วยลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราเงินปันผลที่ประมาณ 7%

“อาคารลิเบอร์ตี้ สแควร์ เราได้มาในราคาที่ถูกและมีทำเลดีอยู่บนถนนสีลม แต่นโยบายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ธุรกิจหลักของเรา จึงนำมาตั้งเป็นลีสโฮลด์ และเมื่อกองทุนครบอายุ 30 ปี ตึกก็จะกลับมาเป็นของเราเหมือนเดิม” นายชลัช กล่าว

สำหรับผลประกอบการในปีนี้ (สิ้นสุดเดือน ต.ค. 2556) คาดว่ากำไรและรายได้จะใกล้เคียงกับงวดปีก่อน ทั้งนี้แม้ได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำตาลในตลาดโลกของปีนี้เฉลี่ยที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20-21 เซนต์ต่อปอนด์ ลดลงราว 10% จากปีก่อนที่มีราคาเฉลี่ยที่ 2425 เซนต์ จึงกระทบต่อธุรกิจน้ำตาล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักมีสัดส่วนของรายได้รวมประมาณ 80% โดยในปีนี้ให้มีอัตรากำไรสุทธิลดลงอยู่ที่ราว 10% จากก่อนที่ทำได้ราว 12-13%

อย่างไรก็ดี ได้รับการชดเชยจากธุรกิจเอทานอลที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้นจากปีก่อนมาอยู่ที่กว่า 20% บริษัทมีการผลิตและจำหน่ายที่ 3.5 แสนลิตรต่อวัน และธุรกิจโรงไฟฟ้าที่สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 50% ใกล้เคียงจากปีก่อน แต่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าต่อวันได้ดีขึ้น และยังมีการสั่งกากอ้อยล่วงหน้าส่งผลมีต้นทุนการผลิตต่ำลง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน