
หุ้นปิดภาคเช้าร่วง35จุด
หุ้นไทยพักฐานปิดเช้าที่ 1,451.11 จุด ลดลง 35.65 จุด มูลค่าการซื้อขาย 24,408.02 ล้านบาท
หุ้นไทยพักฐานปิดเช้าที่ 1,451.11 จุด ลดลง 35.65 จุด มูลค่าการซื้อขาย 24,408.02 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ดัชนีหุ้นปิดภาคเช้าที่ 1,451.11 จุด ลดลง 35.65 จุด หรือ -2.40 % มูลค่าการซื้อขาย 24,408.02 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ มองว่า ตลาดหุ้นมีการพักฐาน โดยมีแรงขายทำกำไรออกมา เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย โดยมีแรงขายหุ้นมากในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์หลังการพิจารณาพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทในวาระที่สองและสามได้ผ่านสภาแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพิจารณาของวุฒิสภาที่คาดว่าจะเห็นชอบเช่นกัน
ขณะที่ความกังวลการปรับวงเงินในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการปรชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนต.ค. เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามแต่ดัชนีอาจถูกพยุงจากการทำปิดงวดบัญชีประจำไตรมาส 3 ปี 2556
"หุ้นปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ตามบรรยากาศการลงทุนทีดีขึ้นในระยะสั้นโดยไม่มีปัจจัยด้านพื้นฐานสนับสนับสนุน สังเกตจากระดับกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาในระดับที่แพงมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมี
เพดานหนี้ของสหรัฐจะเริ่มเข้ามากดดันตลาดหุ้นมากขึ้นในช่วงถัดไป จึงแนะนำขายหุ้นเพื่อล็อคกำไรและลดน้ำหนักการลงทุนจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีและปลอดภัยในช่วงนี้"บล.ทรีนีตี้ แนะนำ
บล.ทิสโก้ มองว่า นักลงทุนเริ่มสับสนนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด หลังจากประธานเฟดสาขาเซนหลุยส์ส่งสัญญาณว่าเฟดมีแผนปรับลดคิวอีลงในการประชุมครั้งถัด ประกอบกับพ.ร.บ.เงินกู้ก็ผ่านสภาตามคาด จึงมีแรงขายหุ้นออกมามาก
หลักทรัพย์ 5อันดับแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 1,594.41 บาท ปิดที่ 87.50 บาท -1.75 บาท หรือ -1.96%
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,369.90 บาท ปิดที่ 8.15 บาท -0.35 บาท หรือ -4.12%
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,338.29 บาท ปิดที่ 162.50 บาท -7.50 บาท หรือ -4.41%
KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,268.25 บาท ปิดที่ 21 บาท -0.90 บาท หรือ -4.11%
CK มูลค่าการซื้อขาย 1,074.95 บาท ปิดที่ 22.40 บาท -1.10 บาท หรือ -4.68%







