posttoday
ทีดีอาร์ไอหวั่นคิวอีป่วนดอกเบี้ยมากกว่ารัฐบาลกู้

ทีดีอาร์ไอหวั่นคิวอีป่วนดอกเบี้ยมากกว่ารัฐบาลกู้

23 กันยายน 2556

ทีดีอาร์ไอหวั่นมาตรการคิวอี ทำตลาดเงินและดอกเบี้ยปั่นป่วนมากกว่ารัฐบาลกู้ 2 ล้านล้านบาท

ทีดีอาร์ไอหวั่นมาตรการคิวอี ทำตลาดเงินและดอกเบี้ยปั่นป่วนมากกว่ารัฐบาลกู้ 2 ล้านล้านบาท

นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการกิตติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า สิ่งที่ต้องจับตามองในขณะนี้คือประเด็นการยกเลิกมาตรการคิวอีของสหรัฐ เพราะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางตลาดเงิน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยมากกว่าโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล

ทั้งนี้ การลงทุนโครงการของรัฐบาลจะทยอยดำเนินการใน 7 ปี การระดมทุนจึงต้องทำเป็นขั้นตามระยะเวลาซึ่งภาคเอกชนน่าจะปรับตัวได้ แต่ก็ยอมรับว่าหนีไม่พ้นที่ดอกเบี้ยจะต้องเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งทำให้ต้นทุนการเงินสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ส่วนหนึ่งแต่ต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยซบเซา การส่งออกลดลง หากดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นมากเกินไป อาจจะกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมได้

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทมีปัจจัยให้ต้องล่าช้าออกไป อาจมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า แต่ทั้งนี้คงต้องจับตาดูว่าภาครัฐจะสามารถนำโครงการก่อสร้างบางส่วนกลับเข้ามาใส่ในงบประมาณปกติได้หรือไม่ โดยจัดลำดับตามความเป็นไปได้และความเร่งด่วนของโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่ไม่ต้องผ่านการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ตัวคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าของเราที่ 4.5% ได้รวมคาดการณ์เม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐที่จะมาจากโครงการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานไว้ไม่เกิน 2 แสนล้านบาท เพราะหลายโครงการคงมีความล่าช้า ดังนั้นปัญหาด้านสภาพคล่องในระบบตึงตัวจึงไม่น่าจะรุนแรงในปีหน้า” นายเชาว์ กล่าว

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังจากปี 2558 เป็นต้นไป ไทยจะเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องในระบบตึงตัวขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการเงินสูงขึ้น เนื่องจากจะเป็นจังหวะที่โครงการภาครัฐน่าจะเริ่มดำเนินการได้มากขึ้นพร้อมๆ กับการที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเข้าสู่การขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

นายสุรพล โอภาสเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กล่าวว่า การลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาท จะส่งผลแนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคตจะต้องสูงขึ้นอยู่แล้วและต้นทุนการเงินของภาครัฐและเอกชนก็ต้องสูงขึ้นตาม ทั้งนี้หากโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทสามารถดำเนินการได้ตามแผนทำให้ระบบการขนส่งของไทยเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผ่านเอกชนก็จะต้องปรับตัว แต่ยังเป็นห่วงในแง่ของการคุ้มค่าการลงทุน ซึ่งค่าบริการสูงอาจจะทำให้มีผู้ใช้บริการ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร