posttoday
พร้อมสู่เออีซี

พร้อมสู่เออีซี

20 กันยายน 2556

รอบสัปดาห์นี้มีงานสัมมนาใหญ่หลายงานที่เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เริ่มกันที่งานสัมมนาประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หัวข้อ “เส้นทางประเทศไทย...สู่ประชาคมอาเซียน” ซึ่งระบุ 10 เรื่องเร่งด่วนที่ไทยจะต้องดำเนินการ ได้แก่ 1.การจัดโซนนิงประเทศ และพัฒนาเมืองที่มีศักยภาพ2.ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต และรักษาอุตสาหกรรมเดิม 3.จัดทำซอฟต์แวร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคบริการของไทย4.ส่งเสริมเอสเอ็มอีและสินค้าโอท็อป 5.พัฒนาด่านชายแดน

รอบสัปดาห์นี้มีงานสัมมนาใหญ่หลายงานที่เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน เริ่มกันที่งานสัมมนาประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หัวข้อ “เส้นทางประเทศไทย...สู่ประชาคมอาเซียน” ซึ่งระบุ 10 เรื่องเร่งด่วนที่ไทยจะต้องดำเนินการ ได้แก่ 1.การจัดโซนนิงประเทศ และพัฒนาเมืองที่มีศักยภาพ2.ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต และรักษาอุตสาหกรรมเดิม 3.จัดทำซอฟต์แวร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคบริการของไทย4.ส่งเสริมเอสเอ็มอีและสินค้าโอท็อป 5.พัฒนาด่านชายแดน

6.พัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงประตูการค้า 7.ส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน 8.พัฒนากฎหมายเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการค้าการลงทุน 9.พัฒนาการศึกษา และ 10.ปรับโครงสร้างระบบราชการ

ในส่วนของการศึกษาที่ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับสร้างบุคลากร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลมีแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษา 3 ส่วน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ได้แก่ 1.ปฏิรูปการศึกษาในระบบ ทั้งพัฒนาครูผู้สอน การปรับเปลี่ยนแนวการสอนให้เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าท่องจำ 2.ปฏิรูปการศึกษานอกระบบ โดยจัดการศึกษาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และ 3.ปฏิรูปการจัดการศึกษาทางเลือก จัดการศึกษาตามอัธยาศัย

เมื่อหันไปดูความพร้อมของเพื่อนบ้านจากงานสัมมนา “Assessing ASEAN’s Readiness by country : Opportunity, Concerns and Preparedness Towards the AEC 2015” พบว่า ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ต่างบอกว่ายังไม่พร้อมรับเออีซี โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังไม่เข้าใจความสำคัญและประโยชน์ที่จะได้รับจากเออีซี อย่างไรก็ตาม ภาครัฐของประเทศกลุ่มนี้กำลังปรับตัว ปรับกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ พร้อมกับดูแลปกป้องธุรกิจท้องถิ่นด้วย โดยจุดเด่นของประเทศกลุ่มนี้คือ การมีแรงงานจำนวนมาก ค่าแรงต่ำ แต่ยังด้อยด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะที่สิงคโปร์มองว่าจะได้ประโยชน์จากเออีซี แต่ยังต้องปรับตัวเรื่องขาดแคลนแรงงานและทรัพยากรที่ไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงการผลิต

ด้านฟิลิปปินส์กำลังแก้ไขข้อจำกัดที่มีอยู่ เช่น ต้นทุนการผลิต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับนโยบายในประเทศให้สอดคล้องกับอาเซียน และลดคอร์รัปชั่น ซึ่งหากทำได้ ก็คาดว่าจะทำให้ประเทศมีความพร้อมเต็มที่

สำหรับอินโดนีเซียต้องการเข้าไปร่วมเครือข่ายการผลิตของอาเซียน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานเช่นกัน

ตบท้ายกันที่งานสัมมนา “วิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แม้อาเซียนจะผลิตสินค้าเกษตรคล้ายคลึงกัน แต่สินค้ายังได้รับความนิยมสูงจากต่างประเทศ เช่น ทุเรียน ลำไย คาดว่าในอนาคตสัดส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปตลาดอาเซียนจะสูงกว่า 20% ของยอดส่งออกทั้งหมด

พร้อมกับแนะแนวทางรับมือเออีซีว่า ไทยจะต้องเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น สร้างความแตกต่างของสินค้า เพิ่มศักยภาพสหกรณ์การเกษตร และรัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนและจริงจังในการกำหนดทิศทางสินค้าเกษตรในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน