posttoday
เจน 2 เอสแอนด์พีลุยธุรกิจสร้างอาณาจักรร้านอาหาร

เจน 2 เอสแอนด์พีลุยธุรกิจสร้างอาณาจักรร้านอาหาร

20 กันยายน 2556

จากความหลงใหลประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กของ “ธีรกรณ์ ไรวา” ทายาทเอส แอนด์ พี เจเนอเรชันที่ 2

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

จากความหลงใหลประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กของ “ธีรกรณ์ ไรวา” ทายาทเอส แอนด์ พี เจเนอเรชันที่ 2 จึงเดินตามความฝันและสานธุรกิจครอบครัว ภายใต้แนวคิดนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ว่า การทำร้านอาหารจะต้องเป็นสเปเชียลิตี จึงเป็นที่มาของ “ไมเซน” ร้านอาหารสไตล์ทงคัตสึ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ผลักดันให้เอส แอนด์ พี อีก 3 ปีข้างหน้าสู่เป้ารายได้กว่า 1.34 หมื่นล้านบาท

ธีรกรณ์ ไรวา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส แอนด์ พี อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ดส์ ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่น “ไมเซน” เปิดเผยว่า ภายหลังจากเรียนจบจากอเมริกากลับมา ด้วยความที่ชื่นชอบทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่น จึงตัดสินใจไปทำงานในดินแดนซากุระถึง5 ปี เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์อาหารญี่ปุ่น เพราะคิดว่ากลับมาต้องมาช่วยขยายอาณาจักรเอสแอนด์ พี อย่างแน่นอน

จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจ ได้จัดตั้งบริษัทลูก เอส แอนด์ พี อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ดส์ ขึ้นมาเมื่อปี 2555 เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารที่ซื้อไลเซนส์แบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาเปิดตลาดในไทย หรือกระทั่งการเปิดขายแฟรนไชส์ โดยได้ปักธงทำอาหารญี่ปุ่นไมเซนเป็นแบรนด์แรก

“ผมยังมีความสนใจขยายธุรกิจไปสู่ร้านขนมหวาน เบเกอรีจากญี่ปุ่น โดยในอนาคตจะทยอยมีแบรนด์อื่นๆ เข้ามาเปิดตลาดในไทยอย่างแน่นอน เพียงแต่เวลานี้ต้องการปั้นไมเซนให้ขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดอาหารญี่ปุ่นทงคัตสึในปีหน้านี้แทนที่ซาโบเตน” ธีรกรณ์ กล่าว

สำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ท่ามกลางที่มีการแข่งขันรุนแรงจากมูลค่าตลาดกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ในฐานะที่เราเป็นผู้ท้าชิงที่เข้ามาเปิดตลาดยังไม่ถึง 1 ปี บริษัทวางตำแหน่งเป็นร้านสเปเชียลิตี หรือร้านอาหารญี่ปุ่นทงคัตสึไมเซน ที่จำหน่ายเมนูข้าวหน้าหมูทอดโดยเฉพาะ มีด้วยกัน 30 เมนู เจาะวัยทำงานและคนรุ่นใหม่

“เทรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นจากนี้ ต้องเป็นร้านที่จำหน่ายอาหารเฉพาะด้าน เพื่อตอกย้ำความเป็นออริจินัลหรือต้นตำรับของญี่ปุ่น เนื่องจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ จะเลือกเข้าร้านเฉพาะด้านมากกว่าจะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่จำหน่ายหลากหลายอาหาร ขณะที่ทงคัตสึเป็นเมนูยอดนิยมของคนไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของอาหารญี่ปุ่น” ธีรกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่าในอนาคตร้านอาหารญี่ปุ่นของคนไทย จะเริ่มหายจากตลาดไปในที่สุด ขณะนี้มีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะร้านที่จำหน่ายอาหารเฉพาะด้าน อาทิ ราเมน เทมปุระ ซูชิ โซบะ ส่วนแผนธุรกิจของบริษัททุ่มงบลงทุน 120 ล้านบาท เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นไมเซนให้ครบ 10 สาขา ภายในปีหน้านี้โดยใช้งบ100 ล้านบาท

ธีรกรณ์ กล่าวว่า ล่าสุดเปิดสาขา 2 ที่เจ อเวนิว ทองหล่อ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดสาขาแรกที่สีลม ยอดขายเติบโตเป็นสองเท่า ส่วนไตรมาส 4 นี้ จะขยายเพิ่ม 2 สาขา ได้แก่ สุวรรณภูมิ สยามพารากอน และแผน 3 ปี ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เปิดร้านไมเซนรูปแบบคีออส จำหน่ายแซนด์วิชและเบนโตะจำนวน 20 สาขา สิ้นปีนี้เปิดตัวที่สีลมเป็นสาขาแรกและปีหน้าเปิด 34 สาขา

แม้ว่าจะเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง และด้วยสายเลือดของต้นตระกูลที่ทำธุรกิจอาหารมาตลอด 40 ปี การปักธงของไมเซนลงสมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นในครั้งนี้ ตั้งเป้ารายได้ 3 ปี มีรายได้ 500 ล้านบาท และอีก 10 ปีข้างหน้าต้องการมีสัดส่วน 10% ของรายได้รวมเอส แอนด์ พี ซินดิเคท ส่วนสิ้นปีนี้มีรายได้ 50 ล้านบาท

ท่ามกลางการสร้างอาณาจักรธุรกิจร้านอาหารของเอส แอนด์ พี ทั้งการเดินหน้าขยายร้านอาหารภายใต้แบรนด์ของตัวเอง อาทิ ภัทรา พาทิโอ หรือกระทั่งการนำแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาเปิดตลาดก็ตาม แต่ความท้าทายปีนี้คือ เป้ารายได้การเติบโต 15% หลังจากปีที่ผ่านมาเอส แอนด์ พี ซินดิเคท มีรายได้ 6,500 ล้านบาท โต 10% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าโต 15%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน