posttoday
การรวมกลุ่ม SMEs (3)

การรวมกลุ่ม SMEs (3)

18 กันยายน 2556

คอลัมน์ สสว.ทิปส์ ฉบับนี้ ต่อเรื่องการรวมกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งมี 3 แนวทางหลัก คือ 1) ภาครัฐดำเนินการแทรกแซงเชิงบังคับเพื่อกำหนดให้มีการรวมกลุ่ม 2) ภาครัฐส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์การเอกชนเพื่อเป็นตัวแทน SMEs แต่มิได้บังคับให้ต้องมีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย และ 3) ปล่อยเสรีตามกลไกของสภาพเศรษฐกิจ

คอลัมน์ สสว.ทิปส์ ฉบับนี้ ต่อเรื่องการรวมกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งมี 3 แนวทางหลัก คือ 1) ภาครัฐดำเนินการแทรกแซงเชิงบังคับเพื่อกำหนดให้มีการรวมกลุ่ม 2) ภาครัฐส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์การเอกชนเพื่อเป็นตัวแทน SMEs แต่มิได้บังคับให้ต้องมีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย และ 3) ปล่อยเสรีตามกลไกของสภาพเศรษฐกิจ

มาต่อที่แนวทางที่ 2 ภาครัฐส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์การเอกชนเพื่อเป็นตัวแทน SMEs แต่มิได้บังคับให้ต้องมีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย ในลักษณะนี้ ภาครัฐอาจวิเคราะห์ปัญหาในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อกำหนดประเด็นระบบตลาดเกิดความล้มเหลว (Market Failer) อันส่งผลให้สภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจไม่เอื้ออำนวยต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิเคราะห์ความต้องการในแต่ละประเภทธุรกิจอันสามารถส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่าย เพื่อเข้าไปส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถริเริ่มการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์การเอกชนเพื่อเป็นตัวแทนได้

การเลือกแทรกแซงจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายในรูปแบบองค์การเอกชนเป็นการแก้ไขกลไกในระบบเศรษฐกิจ ระบบการเงิน หรือระบบธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาทิเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมบูรณ์ของระบบการเงินต่อภาค SMEsโดยในกรณีนี้ประเทศเกาหลีใต้มีการจัดตั้งองค์การเอกชนเพื่อส่งเสริมธุรกิจการร่วมลงทุนในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศเกาหลี (Korea Venture Business AssociationKOVA) ขึ้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของ SMEs ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Technology) รวมถึงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยอื่นๆ

การสนับสนุนโดยภาครัฐให้มีการจัดตั้งองค์การเอกชนเพื่อเป็นตัวแทน SMEs ผ่านมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ และมีศักยภาพในการเติบโต เนื่องจากรัฐมักขาดประสบการณ์ในการกำกับดูแลส่งเสริมธุรกิจประเภทเหล่านี้ ทำให้ความช่วยเหลือส่งเสริมดำเนินการได้อย่างล่าช้า ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้มีความจำเป็นในการที่ภาครัฐต้องเข้าไปแทรกแซงโดยการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถร่วมมือเป็นเครือข่ายเพื่อให้มีการช่วยเหลือและกำกับซึ่งกันและกัน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองเชิงนโยบาย และเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการที่จำเป็นทางเศรษฐกิจ การเงิน หรือบริการธุรกิจอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการเติบโตของธุรกิจ โดยแนวทางดังกล่าวมีข้อดีและข้อเสีย ดังนี้

ข้อดี คือ 1.สามารถส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์การเอกชนในลักษณะเฉพาะกลุ่ม/ประเภทธุรกิจ เพื่อแก้ไขปัญหากลไกในระบบเศรษฐกิจ ระบบการเงิน หรือระบบธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ 2.เปิดโอกาสมากขึ้นให้ผู้ประกอบการเฉพาะสาขาธุรกิจมีโอกาสในการพัฒนาการสร้างเครือข่ายตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจ 3.เป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่เห็นควรว่ารัฐมีความเหมาะสมในการดำเนินการ

สำหรับข้อเสีย ได้แก่ 1.อาจทำให้การสร้างเครือข่ายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมดำเนินการล่าช้ากว่าแบบแรก 2.ความยากลำบากในการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคและแนวทางการวิเคราะห์ความล้มเหลวของระบบตลาด (Market Failure) และความต้องการของผู้ประกอบการ

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย