
เอสเอพี แนะธุรกิจครอบครัวเร่งเครื่องด้วยระบบไอที
มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่เติบโตขึ้นจากความเป็นธุรกิจในครอบครัวและยังคงความแข็งแกร่งในการแข่งขันไว้ได้เป็นอย่างดี
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่เติบโตขึ้นจากความเป็นธุรกิจในครอบครัวและยังคงความแข็งแกร่งในการแข่งขันไว้ได้เป็นอย่างดี
เห็นได้จากในสหรัฐอเมริกาที่ 20% ของธุรกิจขนาดใหญ่ยังคงมีการบริหารงานโดยสมาชิกในครอบครัวอยู่ เช่น วอลล์มาร์ท หรือแม้แต่ในอินเดีย บริษัท ทาทา ก็เป็นธุรกิจในครอบครัว และยังมีอีกประมาณ 60% ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเดียวกัน ขณะที่ในจีน 70% ของจีดีพีเกิดจากธุรกิจในครอบครัว
นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังของธุรกิจครอบครัวที่มีการวางแผนร่วมกัน มีทิศทางและเป้าหมายที่ดำเนินร่วมกันมา
ขณะที่ในประเทศไทย 62% ของภาพรวมธุรกิจเป็นธุรกิจครอบครัว และหากเจาะลึกลงเฉพาะในตลาดหุ้น 52% ของบริษัทในตลาดหุ้น เป็นธุรกิจครอบครัว อย่างไรก็ตาม หากดูเฉพาะเจาะจงในบริษัท 100 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อ 10 ปีก่อน 57 บริษัทเป็นธุรกิจครอบครัว และลดลงเหลือ 38 บริษัท เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มลดลง อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งในประเทศและบริษัทจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี
อะแดร์ ฟ็อกซ์มาร์ติน รองประธานอาวุโสฝ่ายอุตสาหกรรมและโซลูชัน ของ เอสเอพี เอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกมีการส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง พบว่า มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่รอดจากรุ่น 1 ไปสู่รุ่น 2 และมีเพียง 10% ที่รอดไปถึงรุ่นที่ 3 รวมถึงในประเทศไทยด้วย เนื่องมาจากการแข่งขันที่รุนแรง
ทั้งนี้ หากจะมองจุดเด่นของธุรกิจครอบครัว ต้องบอกว่าเป็นธุรกิจที่มีความคล่องตัว มีคุณค่าที่สืบทอดกันมา และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสอยู่รอดต่ำลง
สำหรับโอกาสที่ธุรกิจครอบครัวจะอยู่รอดได้นั้น ต้องรักษาจุดแข็งของความเป็นธุรกิจครอบครัวไว้ นั่นคือ ความรวดเร็ว คล่องตัว กล้าตัดสินใจและปรับเปลี่ยนได้ทันท่วงที ต้องพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการเพื่อรองรับการเติบโตและดึงดูดบุคลากร เช่น การเริ่มต้นจากบุคลากร 10 คน ไปจนถึง 100 คน และมากกว่านั้น ไม่สามารถใช้นโยบายการบริหารแบบเดียวกันได้
นอกจากนี้ ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พร้อมเรียนรู้อยู่เสมอ โดย 3 เทคโนโลยีหลักที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ โมบิลิตี ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา โซเชียลเน็ตเวิร์ก ช่วยในการทำตลาด เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่ประเทศไทยก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 18 ล้านราย แสดงให้เห็นว่าได้รับความนิยมมหาศาล ยังไม่นับประเทศใกล้เคียงอีกมาก และต้องมี คลาวด์คอมพิวติง ช่วยในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้านไอทีลง โดยอาศัยรูปแบบการจ่ายตามที่ใช้งานจริง เพิ่มและลดได้ตลอดเวลา
ประเด็นที่สำคัญอีกประการ คือ การนำระบบไอทีมาใช้งานภายในองค์กร ซึ่งสามารถช่วยการเติบโตของธุรกิจได้มาก ช่วยให้เกิดการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่านระบบไอที ซึ่งมีผลอย่างมากต่อธุรกิจครอบครัว ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง
“การเปิดเออีซีคือโอกาสและความท้าทาย ธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยต้องขยายตัวทั้งด้านภูมิศาสตร์ นั่นคือการเพิ่มตลาด เพิ่มการทำธุรกิจออกไปในหลายพื้นที่ และต้องขยายในมิติของความหลากหลายในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ด้วย เพื่อให้ตอบความต้องการของตลาดได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องพบคือ ความแตกต่างทางการเงินและภาษี ความแตกต่างทางกฎหมาย และการร่วมมือกับพันธมิตร ถ้ามีระบบไอทีที่ดีจะช่วยลดปัญหาเรื่องเหล่านี้ได้” มาร์ติน กล่าว
สำหรับระบบไอทีที่จำเป็นในธุรกิจครอบครัวนั้น ทางออกที่ดีคือการใช้ระบบคลาวด์คอมพิวติง ในลักษณะเป็นบริการ มากกว่าการลงทุนติดตั้งระบบเอง ซึ่งทำให้ลดภาระเรื่องบุคลากรไอทีและการลงทุนปริมาณสูงแต่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก โดยรูปแบบของบริการต้องครอบคลุมทั้งเรื่องของแอพพลิเคชันในการเข้าใช้งาน ครอบคลุมการทำงานบนอุปกรณ์พกพา มีระบบเก็บข้อมูลที่พร้อมใช้งาน มีซอฟต์แวร์สำหรับวิเคราะห์ และสามารถเข้าถึงได้ผ่านคลาวด์คอมพิวติง ทั้งหมดช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี
ด้านเอสเอพี ปัจจุบันมีลูกค้าเอสเอ็มอีประมาณ 1,000 รายในประเทศไทย โดยครึ่งหนึ่งเป็นเอสเอ็มอีที่มีพนักงานต่ำกว่า 100 คน อยู่ในช่วงที่กำลังมีการลงทุนระบบไอทีอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ามีความตระหนักถึงความสำคัญต่อการใช้ระบบ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินการมาตั้งแต่รุ่นก่อนหน้านี้ สามารถรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นและผนวกกับข้อมูลปัจจุบันแบบเรียลไทม์ นำไปสู่การวิเคราะห์และตัดสินใจได้ดีขึ้น
แต่ก็ยอมรับว่ามีเอสเอ็มอีอีกไม่น้อยที่ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจจะนำระบบไอทีไปใช้งานจริง และหากรอช้าไปก็ไม่เป็นผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันบนเวทีอาเซียนและเวทีโลก







