posttoday
ชี้ทางยกเครื่องการศึกษาอุดปมด้อยกว่ากัมพูชา

ชี้ทางยกเครื่องการศึกษาอุดปมด้อยกว่ากัมพูชา

17 กันยายน 2556

เหลือเวลาอีกประมาณ 800 วัน สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

เหลือเวลาอีกประมาณ 800 วัน สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน จึงกลายเป็นความท้าทายของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการเตรียมความพร้อม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้จัดงานสัมมนาหัวข้อ “เส้นทางประเทศไทย...สู่ประชาคมอาเซียน” เพื่อสรุปทิศทางการพัฒนาประเทศให้พร้อมรับมือสถานการณ์

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเรื่องเร่งด่วน 10 เรื่องที่ไทยต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสา สำหรับด้านสังคมและวัฒนธรรมนั้น เรื่องที่ต้องเร่งทำที่สุดคือการปรับพื้นฐานการศึกษา เพราะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทุกด้าน

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผลิตภาพแรงงานของเราไม่สม่ำเสมอ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาคือข้อจำกัดด้านพื้นฐานการศึกษา แรงงานเรามีพื้นฐานแตกต่างกัน ส่งผลให้เราขาดเสถียรภาพ”

จากการจัดอันดับใน World Economic Forum ว่า คุณภาพระบบการศึกษาของไทยอยู่ในลำดับที่ 78 รั้งท้ายอาเซียนและด้อยกว่ากัมพูชา ประกอบกับสถิติขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติด้านการศึกษาของไทยปี 25512556 ก็แสดงให้เห็นว่าขีดความสามารถลดลง

วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การศึกษาและการวิจัยถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสร้างความร่วมมือในระดับอาเซียน แต่ปัจจุบันทั้งสองด้านของไทยอ่อนแอกว่าทั้งในระดับเพื่อนบ้านอาเซียนและในระดับโลก

เริ่มจากด้านการศึกษา ไทยตั้งเป้าพัฒนาคนให้มีทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 และพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากสาเหตุหลายประการ 1.การเน้นสอนแบบถ่ายทอดสาระ และ 2.ไม่ให้เกียรติครูในการประเมินด้านต่างๆ ของนักเรียนด้วยตัวเอง นำการประเมินไปขึ้นกับส่วนกลาง ทั้งสองประเด็นทำให้การเรียนการสอนและการประเมินเกิดขึ้นเฉพาะด้านวิชาการ ครูไม่มีโอกาสได้ประเมินเด็กด้านอื่นๆ เช่น ด้านร่างกายและจิตใจ

“พอเราทำกันแบบนี้มากๆ การสอนก็กลายเป็นระบบ Teach to Test เด็กเองก็มุ่งเรียนเพื่อสอบ โดยไม่ได้พัฒนาทักษะอื่นที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 สุดท้ายการศึกษาของเราจึงสร้างแต่เด็กที่โตมาเป็นผู้ตาม ไม่ได้เป็นผู้นำ”

นอกจากนี้ ปัญหาคอร์รัปชั่นการศึกษาสารพัดด้าน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การศึกษาของไทยไม่ก้าวไปไหนด้วย

วิจารณ์ กล่าวอีกว่า ในด้านการวิจัยของไทย เคยได้รับคำมั่นสัญญาจากหลายรัฐบาลว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยให้เป็น 1.52% ของจีดีพี แต่กล่าวกันมาไม่รู้กี่รัฐบาลแล้ว งบประมาณก็ยังได้รับเพียง 0.2% ของจีดีพี

“เรามักมองการวิจัยเป็น Expense หรือค่าใช้จ่าย แต่ไม่มองว่าการวิจัยคือ Investment หรือการลงทุน การวิจัยเพื่อพัฒนาจึงไม่เกิด”

ทั้งนี้ ไทยต้องเข้าใจว่ายุคนี้เป็นยุคของการร่วมมือและการแข่งขัน โดยใช้ความรู้ นวัตกรรม และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นหลัก ไทยจึงต้องกลับมาทบทวนและพิจารณาบทบาทการวิจัยของประเทศใหม่ให้พร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

1.ต้องสร้างวัฒนธรรมระดับชาติด้านการวิจัย รัฐบาลต้องกำหนดเป้าหมาย แล้วเพิ่มศักยภาพ ให้หน่วยงานต่างๆ ไปต่อยอดวิจัยให้เกิดผลสำเร็จ หน่วยงานใดทำโครงการวิจัยได้ดี ก็อาจให้งบประมาณอุดหนุนเพิ่ม 2.ต้องทบทวนว่าแต่ละปีส่งคนไปเรียนต่างประเทศกี่คน ให้ทุนไปเท่าไร เหมาะสมแค่ไหน การส่งคนออกไปมากๆ มีแต่เรื่องค่าใช้จ่าย แต่บางครั้งไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ต้องตระหนักว่าคนคือทรัพย์สินของประเทศ ต้องเอามาทำประโยชน์ด้านการศึกษาและการวิจัยตั้งแต่อายุยังน้อย

ด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า รัฐบาลมีแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษา 3 ส่วน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน 1.ปฏิรูปการศึกษาในระบบ ทั้งการพัฒนาครูผู้สอน การปรับเปลี่ยนแนวการสอนให้เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าท่องจำ การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน 2.ปฏิรูปการศึกษานอกระบบ โดยการจัดการศึกษาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และ 3.ปฏิรูปการจัดการศึกษาทางเลือก จัดการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น การศึกษาโดยครอบครัว การศึกษาที่ยึดชุมชนเป็นหลัก เพื่อเติมเต็มและตอบสนองความต้องการคนและทิศทางในอนาคตอย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน