
ทรูยันไร้ปัญหาซิมดับ
ขอปลดล็อกเร่งโอนเลขหมายบิ๊กล็อตกทค.ตั้งทีมกำหนดต้นทุนช่วงเยียวยา
ขอปลดล็อกเร่งโอนเลขหมายบิ๊กล็อตกทค.ตั้งทีมกำหนดต้นทุนช่วงเยียวยา
ทรูมูฟ ยันหมดสัญญาสัมปทานวันแรกไร้ปัญหาซิมดับ กทค.เตรียมดูเงื่อนไขปลดล็อกโอนเลขหมาย
นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการธุรกิจโมบาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ในนามบริษัท ทรูมูฟ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือคลื่น 1800 ภายใต้สัญญาสัมปทานของบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งได้หมดสัญญาไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ได้เปิดเผยว่า หลังจากหมดสัมปทานและขณะนี้ยังไม่พบปัญหาซิมดับในระบบของทรูมูฟ และยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา เป็นเครื่องยืนยันว่าทรูมูฟได้เตรียมการไว้อย่างดี
ทั้งนี้ ทรูมูฟยังดำเนินการส่งข้อความให้ผู้ใช้ผ่านทางข้อความเอสเอ็มเอสอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าโอนย้ายเลขหมาย เพียงแค่ปิดและเปิดเครื่องใหม่ก็สามารถใช้บริการ 3จี ภายใต้ทรูมูฟเอชได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการทรูมูฟบนระบบสัญญาสัมปทานเดิมเข้าคิวรอโอนย้ายเลขหมายกว่า 1 ล้านราย และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สามารถโอนย้ายได้สูงสุด 6 หมื่นเลขหมายต่อวันต่อผู้ให้บริการ จากทั้งหมดประมาณ 18 ล้านราย ซึ่งหากสามารถโอนย้ายแบบล็อตใหญ่ได้ ก็น่าจะช่วยทำให้ระบบรวดเร็วขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งทรูพร้อมให้ความร่วมมือ
สำหรับในปัจจุบันทรูมูฟมีผู้ใช้บริการในระบบประมาณ 18 ล้านราย และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) มีผู้ใช้บริการประมาณ 1 แสนราย ซึ่งอยู่ภายใต้ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556
ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ใช้บริการที่เข้าคิวรอโอนย้ายเลขหมายอยู่กว่าล้านราย ซึ่งทาง กทค.จะเข้าไปศึกษาดูว่าจะสามารถโอนย้ายเป็นล็อตใหญ่ได้หรือไม่ หรือสามารถดำเนินการอย่างไรตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้
นอกจากนี้ ได้มีคำสั่งเร่งรัดให้สำนักงาน กสทช.จัดตั้งคณะทำงานกำหนดต้นทุนค่าโครงข่ายและการบริการจัดการ สำหรับเงินรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีจากการเยียวยา คาดว่าภายใน 3 สัปดาห์จะได้รายชื่อครบ คณะทำงานจะตรวจสอบการคิดคำนวณต้นทุนที่บริษัท ทรูมูฟ และดีพีซีต้องชำระแทนส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาสัมปทาน
ขณะที่ต้นทุนจะมาจากค่าเช่าโครงข่าย ค่าบริการต้นทุน และค่าธรรมเนียมเลขหมายก่อนนำเข้ากระทรวงการคลัง โดยที่ทั้งทรูมูฟและดีพีซีต้องนำส่งข้อมูลจำนวนลูกค้าคงเหลือในระบบทุกวันที่ 7 ของเดือน และห้ามทำตลาดเพิ่มจำนวนลูกค้าในระบบอีกด้วย
“นอกจากเรื่องค่าต้นทุนโครงข่ายแล้ว กทค.จะเร่งพิจารณาเรื่องการนำคลื่นความถี่ 1800 กลับมาจัดสรรใหม่ โดยได้ทำหนังสือเรียกคืนคลื่นความถี่ไปยังบริษัท กสท โทรคมนาคม เป็นฉบับที่ 5 แล้ว ยังรอการตอบรับอยู่ พร้อมกับศึกษารูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่ ว่าจะนำคลื่น 900 มาจัดสรรพร้อมกันเลยหรือไม่” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว







