
ชาเชียวเปิดศึกขายสุขภาพ3ค่ายมุ่งยึดหัวหาดอาเซียน
ณ เวลานี้ สมรภูมิรบตลาดชาเขียวพร้อมดื่มกำลังถึงจุดเปลี่ยน หลังจาก โออิชิ กับ อิชิตัน เปิดศึกห้ำหั่นสาดโปรโมชันเพื่อช่วงชิงยอดขายอย่างรุนแรง แต่ปีหน้าผู้ประกอบการหันปลุกจุดขายเพื่อสุขภาพอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเติบโต 25% ต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ หรือมูลค่าขยับเป็น 2.57 หมื่นล้านบาท และ3 รายใหญ่อย่าง โออิชิ อิชิตัน และซันโทรี่ ต่างมุ่งปักธงบุกอาเซียน ชิงผู้บริโภค 600 ล้านคน
ณ เวลานี้ สมรภูมิรบตลาดชาเขียวพร้อมดื่มกำลังถึงจุดเปลี่ยน หลังจาก โออิชิ กับ อิชิตัน เปิดศึกห้ำหั่นสาดโปรโมชันเพื่อช่วงชิงยอดขายอย่างรุนแรง แต่ปีหน้าผู้ประกอบการหันปลุกจุดขายเพื่อสุขภาพอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเติบโต 25% ต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ หรือมูลค่าขยับเป็น 2.57 หมื่นล้านบาท และ3 รายใหญ่อย่าง โออิชิ อิชิตัน และซันโทรี่ ต่างมุ่งปักธงบุกอาเซียน ชิงผู้บริโภค 600 ล้านคน
ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และประธานกรรมการ บริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของไทยเบฟมุ่งเน้นขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยใช้ชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิเป็นสินค้าเรือธงขับเคลื่อนสู่ตลาดอาเซียน พร้อมวางเป้าหมาย 5 ปี หรือปี 2559 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกจาก 5% เป็น 1015% จากรายได้รวม 3 หมื่นล้านบาท โดยปีหน้าจะเปิดตลาดสิงคโปร์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้โออิชิ ก่อนต่อยอดขยายไปสู่ตลาดอื่นๆ ต่อไป จากก่อนหน้านี้ได้ทำตลาดลาว กัมพูชา และมาเลเซีย
ทั้งนี้ ได้ทุ่มงบ 1,300 ล้านบาท สั่งซื้อเครื่องจักรระบบเย็นปลอดเชื้อ จากบริษัท ชิบูย่า โคเงียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขยายกำลังผลิต 15 ล้านขวดต่อเดือน ที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี ส่งผลให้กำลังผลิตโดยรวมเพิ่มจาก 60 ล้านขวดต่อเดือน เป็น 75 ล้านขวดต่อเดือน คาดว่าจะเริ่มผลิตเดือน ธ.ค. 2557 ซึ่งจะผลักดันให้มีรายได้เพิ่ม 1,800-2,000 ล้านบาท ในปี 2558 และช่วยลดต้นทุนได้ 1520%
สำหรับยุทธศาสตร์การทำตลาด บริษัทจะมุ่งตอกย้ำชาเขียวพร้อมดื่มที่ตอบโจทย์เพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น หลังจากช่วง 34 ปีที่ผ่านมาชาเขียวพร้อมดื่มต่างมุ่งตอบโจทย์เพื่อความสดชื่นมากกว่าจากการทำโปรโมชัน โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดตัวชาเขียวปราศจากน้ำตาล ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าเรือธงที่ออกมาสร้างภาพลักษณ์เพื่อสุขภาพโดยผลพวงจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ทำให้บริษัทลดเป้ายอดขายจากเดิมตั้งไว้ 1.4 หมื่นล้านบาท เหลือ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปีนี้
การเติบโตเหลือ 10% พร้อมกับเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รสชาติ และผลักดันชาเขียวขนาด 380มล. ราคา 15 บาท เพื่อผลักดันรายได้สิ้นปีนี้ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท จากเป้าเดิม 1.4 หมื่นล้านบาท
เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ เอฟ แอนด์ บี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่ม ทีพลัส กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของซันโทรี่หลังจากร่วมทุนกับบริษัท ทิปโก้ มาร่วม 6 ปี คือการปักธงตลาดชาเขียวพร้อมดื่มให้แจ้งเกิดในไทยก่อน จากนั้นจะเปิดตลาดอาเซียน ซึ่งสินค้าในพอร์ตโฟลิโอซันโทรี่มีทั้งกาแฟ เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ น้ำผลไม้
ปัจจัยที่ทำให้ซันโทรี่รุกตลาดชาเป็นสินค้าเรือธง เนื่องจากมีชาอู่หลงที่สร้างยอดขายอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นกว่า 5 ล้านขวด จึงทุ่มงบ 250 ล้านบาท เปิดตัวชาอู่หลงแบรนด์ทีพลัสวางตำแหน่งเป็นชาฟังก์ชันนัล ตอบโจทย์เพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ขนาด 500 มล. ราคา 20 บาท
สำหรับสภาพตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแข่งขันทำโปรโมชันอย่างรุนแรง ทำให้สูญเสียภาพลักษณ์สินค้าเพื่อสุขภาพไป คงเหลือแต่เป็นเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น แต่จากการศึกษาตลาดพบว่าคนไทยเริ่มมองหาชาเพื่อสุขภาพยิ่งขึ้น และเชื่อว่าตลาดชาพร้อมดื่มในไทยยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก โดยเฉพาะการสร้างตลาดให้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทำให้บริษัทหวนกลับมาทำตลาดชาพร้อมดื่มอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ได้เปิดตัว มิเรอิ และเลิกทำตลาดแล้ว
ขณะที่กลยุทธ์การตลาด จะมุ่งสร้างพฤติกรรมการกินชาอู่หลงพร้อมดื่มทีพลัสควบคู่กับอาหาร โดยสื่อสารผ่านโฆษณาทีพลัส กินกันให้มัน...ไปเลย เพื่อความถี่และโอกาสการดื่มชาระหว่างมื้ออาหาร และดื่มเพื่อดับกระหาย ซึ่งจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งในตลาดน้ำอัดลมและน้ำดื่มได้ด้วย
โดยเตรียมจัดโปรโมชัน โรดโชว์ ออกรสชาติใหม่ในอนาคต
เซอิชิ อูเอโนะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ เอฟ แอนด์ บี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของซันโทรี่ที่ร่วมทุนกับทิปโก้เพื่อพัฒนาสินค้าเจาะตลาดอาเซียน ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวดาการะ เบิร์น และมิเรอิ แต่ได้นำออกจากตลาดแล้ว โดยสินค้าทุกแบรนด์จะเปิดตลาดไทยก่อนแห่งแรก หากประสบความสำเร็จจะบุกตลาดอาเซียนอย่างไรก็ตาม แนวโน้มตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในไทยมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโต 25% หรือมีมูลค่า 1.65 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในอีก 3 ปี ต้องการขึ้นส่วนแบ่ง 10% จากมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาดแทนที่เพียวริคุ
ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน กล่าวว่า บริษัทจะเปิดตัวชาเขียวใหม่ วางตำแหน่งเป็นชาเขียวเพื่อสุขภาพ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่และผลักดันให้ตลาดเติบโตยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเริ่มเปิดตลาดอาเซียนในปีหน้านี้ ส่วนกลยุทธ์การทำโปรโมชันในปีหน้า จะทำเพียง 1 ครั้งในช่วงหน้าร้อน หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาได้โหมโปรโมชันอย่างรุนแรงเพื่อขยายฐานลูกค้า แต่ปีหน้าบริษัทจะตอกย้ำภาพลักษณ์ชาเขียวเพื่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อรองรับกับแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มาแรง
จากนี้ไปตลาดชาเขียวพร้อมดื่มคงแข่งขันดุเดือด ไม่เฉพาะแค่ตลาดในไทยเท่านั้น แต่แนวรบตลาดอาเซียนคงเป็นอีกสมรภูมิที่ร้อนแรง งานนี้โออิชิปักธงก่อนค่ายอื่น ขณะที่อิชิตันเตรียมลั่นกลองรบปีหน้า ส่วนซันโทรี่แม้ว่าออกตัวช้าหน่อยแต่ด้วยดีกรีชาเขียวต้นตำรับจากญี่ปุ่น จึงเป็นมวยที่ต้องดูกันให้ยาว







