posttoday
สีกับอสังหาฯ

สีกับอสังหาฯ

27 เมษายน 2553

....สัมมา คีตสิน

การชุมนุมทางการเมืองช่วงที่ผ่านมา 45 ปี ได้มีการนำสีเสื้อไปใช้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้เรียกร้อง ซึ่งมีแล้วทั้งสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน นอกเหนือไปจากสีดำที่เคยใช้กันมานานแต่อดีตสำหรับสื่อความไม่เห็นด้วย หรือต้องการไว้ทุกข์ให้กับเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ในช่วงหลังก็มีกลุ่มเสื้อหลากสีที่ใช้สื่อความหมายของทางสายกลางแบบผสมผสาน

สำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นการใช้สีก็มีความสำคัญ แต่เป็นคนละเรื่องกับการเมือง ธุรกิจสีทาบ้านเป็นธุรกิจใหญ่และได้ประโยชน์จากความเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่เป็นที่บ้านอยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

ข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจสี ชี้ว่าตลาดสีทาอาคารในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 1.25 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดระดับกลางๆ ประมาณครึ่งหนึ่ง ที่เหลือ 30% เป็นตลาดบนหรือตลาดพรีเมียม และอีก 20% เป็นตลาดล่าง

กล่าวเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์ที่มีมานาน รวมกับห้องชุดคอนโดมิเนียมที่มีพัฒนาการค่อนข้างใหม่ ก็ถือเป็นตลาดใหญ่มากสำหรับธุรกิจสีทาอาคาร

พินิจดูโดยไม่ต้องอาศัยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ใดๆ มาประกอบ ตลาดสีทาบ้านน่าจะต้องขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ในอนาคต เพียงแต่บางช่วงเวลาอาจจะขยายได้น้อยหน่อย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ (และการเมือง?) เพราะบ้านส่วนใหญ่โดยเฉพาะประเภทก่ออิฐฉาบปูนนั้น เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ต้องทาสี และเมื่ออยู่อาศัยไปนานๆ จนสีเดิมหลุดร่อนหรือซีดจางก็ต้องทาสีใหม่

ประมาณกันว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ต้องทาสีบ้านใหม่กันเฉลี่ยประมาณทุกๆ 6 ปี ดังนั้นสัดส่วนการทาสีบ้านหลังเดิมจึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับการทาสีบ้านหลังใหม่ ตามความเป็นจริงที่ว่าบ้านใหม่ทุกหลังในวันนี้จะต้องกลายเป็นบ้านเก่าในวันข้างหน้า แต่บ้านเก่าทุกหลังก็ยังจะเป็นบ้านเก่าอยู่วันยังค่ำ

ความเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า ทั้งที่นำออกมาขายเป็นบ้านมือสองหรือไม่ก็ตาม จึงเป็นต้นน้ำของธุรกิจสีทาบ้าน

ในปัจจุบันมีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยทั่วประเทศประมาณ 21 ล้านหน่วย อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ประมาณ 2.33 ล้านหน่วย จังหวัดรอบปริมณฑลประมาณ 1.99 ล้านหน่วย จังหวัดอื่นๆ ของภาคกลางรวมกันประมาณ 2.86 ล้านหน่วย จังหวัดในภาคเหนือรวมกันประมาณ 4.06 ล้านหน่วย จังหวัดในภาคตะวันออกรวมกันประมาณ 1.27 ล้านหน่วย จังหวัดในภาคอีสานรวมกันประมาณ 5.81 ล้านหน่วย และจังหวัดในภาคใต้รวมกันอีกประมาณ 2.82 ล้านหน่วย

แม้ในจำนวนที่อยู่อาศัย 21 ล้านหน่วยทั่วประเทศจะเป็นบ้านเก่ากว่า 20 ล้านหน่วย และเป็นบ้านใหม่ไม่กี่แสนหน่วย แต่เนื่องจากบ้านในชนบทอาจสร้างด้วยไม้หรือวัสดุอื่น หรืออยู่กันแบบไม่ต้องทาสี ดังนั้นจึงประมาณว่าตลาดสีทาบ้านทุกวันนี้อาจมีสัดส่วนของตลาดบ้านเก่ามากกว่าตลาดบ้านใหม่เพียงประมาณ 4 เท่า

การทาสีบ้านเดิมในเมืองเราเป็นเรื่องของความนิยมชมชอบของเจ้าของบ้านแต่ละราย แม้จะอยู่ในชุมชนหรือหมู่บ้านเดียวกัน ผิดกับในสหรัฐอเมริกา อยู่ๆ เจ้าของบ้านจะลุกขึ้นมาทาสีบ้านตัวเองให้ฉูดฉาดผิดไปจากสีเดิมหรือสีของเพื่อนบ้านหลังอื่นๆ นั้นไม่ได้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องไปบอกเล่าขออนุญาตกับ Homeowners Association หรือนิติบุคคลหมู่บ้านก่อน

การเลือกใช้สีทาอาคารหรือทาบ้านนั้น เจ้าของอย่าถือว่าเป็นความชอบใจส่วนตัวว่าจะทาอย่างไรก็ได้ ควรนึกถึงจิตใจของคนที่เดินผ่านไปมาประจำด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่สร้างบ้านขายในเมืองไทยนั้นส่วนใหญ่มักมีรสนิยมด้านสีดีอยู่แล้ว บางรายใช้สีประจำสองสามสีคาดกัน ที่มองปราดเดียวก็ทราบได้เลยว่าเป็นโครงการของบริษัทใด แต่หอพักคนงานบางแห่งในย่านนิคมอุตสาหกรรมมักใช้สีสันแสบตาหลากหลายสีสำหรับทาภายนอกหอพัก ทากันคนละสีคนละแบบแทบจะห้องต่อห้อง ชะรอยว่าคงจะทาไว้เพื่อป้องกันคนงานที่เมาคลำทางกลับห้องจะได้ไม่หลงเข้าห้องผิด เพราะมีสีประจำห้องชัดเจน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน