
หนุนรายเล็กลุยตรง
ขายสินค้าผ่านชายแดนยึดฐานเมืองหลักฟันยอดค้าเหยียบ2.2ล้านล้านใน3ปี
ขายสินค้าผ่านชายแดนยึดฐานเมืองหลักฟันยอดค้าเหยียบ2.2ล้านล้านใน3ปี
แนะเอสเอ็มอีขายสินค้าผ่านชายแดนบุกเมืองสำคัญเพื่อนบ้าน เชื่อมูลค่าแตะ 2.2 ล้านล้านใน 3 ปี
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนาเรื่อง “ต่อยอดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อเข้าสู่ตลาดเออีซี” ว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยยังเน้นทำตลาดกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านตัวแทนจำหน่ายเข้าไปทางตะเข็บชายแดน โดยปริมาณการค้าชายแดนของไทยกับ 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่า และมาเลเซีย มีมูลค่า 9.18 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการค้าของเอสเอ็มอี 78% หากรวมการค้าผ่านแดนไปยังเวียดนามจะมีมูลค่ารวม 1.1 ล้านล้านบาท หากขยายตลาดเข้าไปยังเมืองศูนย์กลางของเพื่อนบ้านด้วยตัวเอง คาดว่าการค้าน่าจะเพิ่มเป็น 2.2 ล้านล้านบาทภายใน 3 ปี
ทั้งนี้ การค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือพ่อค้าคนกลางบางครั้งไม่มีความรู้เรื่องสินค้าดีพอ หรือไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดนั้นๆ ทำให้ไม่สามารถขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านได้ ผู้ประกอบการ จึงควรเข้าไปทำตลาดเอง นอกจากจะขายผ่านตะเข็บชายแดนแล้ว ควรเข้าไปดูตลาดในเมืองสำคัญเอง
ขณะที่การค้าชายแดนเหมาะกับเอสเอ็มอี เพราะฐานการผลิตยังอยู่ในเมืองไทย ไม่ต้องเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ควรเข้าไปทำตลาดด้วยตัวเองเพื่อขยายฐานตลาด ปัจจุบันการขนส่งทางถนนไปยังลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย สะดวกมากขึ้น เอสเอ็มอีจึงมีศักยภาพที่จะเข้าไปได้
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังต้องสนับสนุนในเรื่องต่างๆ เช่น ช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเพื่อนบ้าน เพื่อให้การขนส่งสะดวกขึ้น ขณะเดียวกันการนำรถขนสินค้าจากไทยข้ามไปเพื่อนบ้านยังมีอุปสรรคอยู่มาก จึงต้องการให้รัฐบาลยกเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เพื่อผ่อนคลายให้ไทยนำรถขนสินค้าวิ่งข้ามแดนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ เหมือนที่ไทยเปิดให้ต่างชาติ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องติดตามการค้าเสรีของโลก เพราะส่งผลต่อไทย ทั้งข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ของไทยกับประเทศอื่น รวมถึงที่เพื่อนบ้านทำกับชาติอื่นๆ ไม่เช่นนั้นอาจสู้คู่แข่งไม่ได้
นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบจะเป็นโอกาสของเอสเอ็มอีในการเข้าไปทำตลาดเพื่อนบ้าน เพราะสินค้าไทยเป็นที่นิยม แต่ถูกครองตลาดโดยพ่อค้าคนกลาง สินค้าไทยต้องสู้ด้วยคุณภาพ ชูจุดแข็งสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป บริการที่ดี และหากรวมกลุ่มกันได้จะเป็นประโยชน์







