posttoday
จับตานโยบายการเงินสหรัฐ

จับตานโยบายการเงินสหรัฐ

16 กันยายน 2556

สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.80-32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นกรอบที่ค่อนข้างกว้าง เนื่องจากในสัปดาห์นี้ถือว่ามีประเด็นความไม่แน่นอนที่ตลาดจับตามองอย่างมาก นั่นคือ การประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐ ที่ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อยในสัปดาห์นี้

สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.80-32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นกรอบที่ค่อนข้างกว้าง เนื่องจากในสัปดาห์นี้ถือว่ามีประเด็นความไม่แน่นอนที่ตลาดจับตามองอย่างมาก นั่นคือ การประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐ ที่ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อยในสัปดาห์นี้

และนั่นอาจหมายถึงความผันผวนต่อตลาดการเงินโลก รวมถึงไทยอีกระลอกหนึ่งได้เช่นกัน การประชุมนโยบายการเงินสหรัฐจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 ก.ย. ตามเวลาสหรัฐ และจะมีผลต่อการซื้อขายของตลาดไทยจริงๆ ในวันที่ 19 ก.ย.

ดังนั้น ผู้ประกอบการถือว่ายังมีเวลาในการทำประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ โดยเรามองว่าช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวนเช่นนี้ การปิดความเสี่ยงด้วยเครื่องมือ Option น่าจะเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมมากที่สุด

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเห็นโหมดความเสี่ยงของตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศทาง หลังจากที่ตลาดเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักของเอเชียอย่างจีนเพิ่มขึ้น จีนประกาศตัวเลขสำคัญหลายตัว ตั้งแต่ต้นสัปดาห์

อาทิ ตัวเลขส่งออก การค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวแบบเร่งขึ้น หนุนให้มุมมองต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยรวมปรับบวกมากขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ปัจจัยด้านเทคนิคก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ โดยในสัปดาห์ก่อนหน้าเราเห็นการปรับอ่อนค่าลงของสกุลเอเชียโดยทั่วหน้า และเป็นการปรับลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเห็นการพลิกกลับของค่าเงิน เพื่อเป็นการทำกำไรระยะสั้น หากลองมองไปถึงสาเหตุของการแข็งค่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าการแข็งค่าของเงินบาทเป็นเพราะการไหลกลับเข้ามาของเงินทุนจากต่างประเทศ ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย โดยเราหันมาเห็นนักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในสินทรัพย์ไทยอีกครั้ง โดยมีจำนวนสุทธิอยู่ที่ 1.1 และ 1.3 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ตลาดจะจับตามองในสัปดาห์นี้ คือ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่นักลงทุนต่างคาดว่าเฟดจะเริ่มประกาศปรับลดการเข้าซื้อสินทรัพย์รายเดือนลง จากปัจจุบันที่มีการเข้าซื้อสินทรัพย์อยู่เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากประเด็นเรื่อง QE แล้ว ในการประชุมครั้งนี้ เฟดยังจะมีการเผยการประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งน่าจะทำให้นักลงทุนเข้าใจมุมมองของเฟดต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไปเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังคงต้องจับตาดูตัวเลขประปรายที่จะมีการประกาศออกมาด้วยเช่นกัน อาทิ ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมตัวเลขเงินเฟ้อ การเริ่มก่อสร้างบ้าน และยอดขายบ้านของสหรัฐ

ค่าเงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 32.25 และเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ การซื้อขายเงินบาทได้รับผลต่อเนื่องจากการการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าการคาดการณ์ของตลาด ทำให้การคาดการณ์เรื่อง QE ปรับลดลงบ้าง ในขณะเดียวกัน การส่งออกของจีนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม ช่วยยกแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ดูดีขึ้น ทำให้เห็นการรีบาวด์ในตลาดหุ้นไทย และการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างชาติในตลาดพันธบัตร เงินบาทปรับลดลงไปต่ำกว่าระดับ 32.00 หลังจากที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ละในระหว่างสัปดาห์ เงินบาทหลุดแนวรับสำคัญลงไปแตะระดับต่ำสุดรอบสัปดาห์ที่ 31.61 ก่อนปรับอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์เล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเงินบาทเพื่อทำกำไรระยะสั้น และลดความเสี่ยงของตนลงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ แต่เป็นการปรับอ่อนค่าแบบไม่รุนแรง ในสัปดาห์นี้ ณ วันศุกร์ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.83

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3168 เงินยูโรแข็งค่าขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังความตึงเครียดเรื่องซีเรียปรับลดลง ทำให้ลดความเป็นไปได้เรื่องการเข้าโจมตีซีเรียของสหรัฐ หลังจากรัสเซียออกข้อเสนอให้ ซีเรียยอมส่งมอบอาวุธเคมีทั้งหมดไปให้อยู่ในความครอบครองสหประชาชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าไปโจมตีของสหรัฐ และจากการคลายความกังวลดังกล่าว ทำให้ตลาดกลับมาต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยง และเห็นความต้องการเงินยูโรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินยูโรปรับขึ้นไปยืนอยู่เหนือระดับ 1.32 อีกครั้ง ณ วันศุกร์ ค่าเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3288

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 99.82 เงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบในสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงต้นสัปดาห์มีข่าวดีให้แก่เศรษฐกิจญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นได้รับเลือกในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ซึ่งมีผลให้ญี่ปุ่นต้องกระตุ้นค่าใช้จ่ายเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวมได้ เพิ่มเติม ทำให้ตลาดมองว่าน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมขณะที่รายงานการประชุมจากธนาคารกลางญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า ผู้กำหนดนโยบายมีความมั่นใจว่าการดำเนินนโยบายการเงินแบบเชิงรุกของญี่ปุ่นจะสามารถส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ณ วันศุกร์ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 99.67

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน