
เทหมื่นล้าน ระเบิดศึกทีวีดิจิตอล
ผ่านขั้นตอนแรกไปแล้วสำหรับการประมูลทีวีดิจิตอลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
ผ่านขั้นตอนแรกไปแล้วสำหรับการประมูลทีวีดิจิตอลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังปิดรับซื้อซองประมูลครบ 3 วัน ตั้งแต่1012 ก.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการมายื่นซื้อซองจำนวน 49 ชุด จาก 33 บริษัท มูลค่าเงินที่ซื้อซองกว่า 52 ล้านบาท
โดยประเภทช่องความคมชัดสูง หรือเอชดี เปิดประมูล 7 ช่อง มีผู้ซื้อซองประมูล 12 ราย ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ อาทิ กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ (ช่อง 7) จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัลทีวี บีอีซีมัลติมีเดีย (ช่อง 3) ทริปเปิลวี บรอดคาสต์ (กลุ่มไทยรัฐ) อมรินทร์ เทเลวิชั่น พีเอ็มกรุ๊ป (เครือมหากิจศิริ) รวมทั้ง จันทร์ 25 ของ สุรางค์ เปรมปรีดิ์ (คุณแดง) อดีตผู้บริหารช่อง 7 และปัจจุบันยังถือหุ้นในช่อง 7 ในสัดส่วน 21%
แค่ช่องเอชดีอย่างเดียวก็สะท้อนถึงเกมแห่งอำนาจของวงการโทรทัศน์ไทย เมื่อคุณแดง ในนามบริษัท จันทร์ 25 เข้าชิงช่องเอชดีแข่งกับช่อง 7 ที่ถือหุ้นอยู่ด้วย เกมนี้หากช่อง 7 ต้องการช่องเอชดี ต้องซื้อหุ้นคืนจากคุณแดง ถ้าไม่ซื้อเท่ากับขาดคุณสมบัติทั้งคู่ เพราะเงื่อนไขการประมูลกำหนดว่าห้ามผู้เข้าประมูลในหมวดหมู่เดียวกันมีผู้ถือหุ้นรายเดียวกันเกินบริษัทละ 10% แต่คุณแดงถือหุ้นในช่อง 7 สัดส่วน 21%
ที่สำคัญ เกมนี้ต้องจบลงภายในเดือน ต.ค.นี้ เพราะ กสทช.จะเปิดให้ยื่นซองประมูล 2829 ต.ค.นี้
สำหรับการซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอลครั้งนี้ มีผู้ซื้อครบทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ บริษัท ทรู ดีทีที และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีอีซี (ช่อง 3) และที่ซื้อซองทิ้ง คือ กลุ่มไทยรัฐ และช่อง 3 ที่ซื้อทั้งช่องเอชดีและช่องข่าว เพราะเงื่อนไขการประมูลให้ต้องเลือกช่องใดช่องหนึ่ง
แหล่งข่าวจากวงการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า การตัดสินใจยื่นประมูลจะต้องพิจารณาอีกครั้งว่า กสทช.จะเลือกประมูลช่องใดก่อน หากเปิดประมูลช่องเอชดีก่อน ถ้าพลาด ผู้ประมูลจะมีโอกาสประมูลช่องข่าวได้อีก แต่หากประมูลช่องข่าวก่อน ถ้าประมูลได้แล้ว ผู้ประกอบการบางรายอาจจะทิ้งช่องเอชดี แต่แนวโน้ม กสทช.น่าจะประมูลช่องเอชดีก่อน เพราะมีราคาสูงสุด
สำหรับการซื้อซองในประเภทช่องวาไรตี เปิดประมูล 7 ช่อง มีผู้ซื้อซอง 17 ราย ช่องข่าวเปิดประมูล 7 ช่อง มีผู้ซื้อซอง 12 ราย และช่องเด็กเปิดประมูล 3 ช่อง มีผู้ซื้อซอง 8 ราย แต่ละประเภทมีผู้ซื้อซองเกินกว่าช่องที่ประมูล 23 เท่า ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้การเคาะราคาแข่งเพิ่มในสัดส่วนเดียวกันได้
โดยเฉพาะช่องเด็กที่ราคาเริ่มต้นประมูลต่ำสุดที่ 140 ล้านบาท แต่มีจำนวนผู้ซื้อซอง 8 ราย และเป็นผู้ตั้งใจจริงที่จะประมูล เช่น โรส มีเดีย ทัช ทีวี บีอีซี อสมท เนชั่น คิดส์ ทรู ดีทีที เป็นต้น
นอกจากผู้ประกอบการเดิม รายใหม่ ยังมีหน้าใหม่เข้าซื้อซองครั้งนี้ เช่น บริษัท แอคทีฟโพสต์ เข้าประมูลช่องเด็ก และบริษัท เนชั่นแนล เทเลวิชั่น แอนด์ คอมมูนิเคชั่น ประมูลช่องวาไรตี ทั้งสองบริษัทมีเจ้าของเดียวกัน คือ สราญ เลิศเจริญวงษา ทำธุรกิจด้านไอทีและโฆษณา
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า การจำหน่ายเอกสารการประมูล 3 วันที่ผ่านมา กว่า 90% เป็นไปตามที่ กสท.ได้วิเคราะห์ไว้มีผู้สนใจซื้อเอกสารการประมูล 23 รายที่อยู่เหนือความคาดหมาย
“การที่มีผู้สนใจซื้อเอกสารมากถึง 49 ซอง เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายอยู่ระหว่างการตัดสินใจ กำหนดกลยุทธ์การแข่งขันเพื่อเพิ่มโอกาสสูงสุด แต่สิ่งที่ต้องจับตามองและสำคัญมากกว่า คือ จำนวนผู้ยื่นเอกสารการประมูล ซึ่งต้องมาลุ้นกันอีกทีในวันยื่นประมูล”
แค่เพียงยกแรกของการประมูลทีวีดิจิตอล ก็ถือว่าดุเดือด แต่ละรายเตรียมงบเป็นพันล้าน เมื่อรวม 49 ซองที่ซื้อไป ศึกครั้งนี้คงทะลุหลายหมื่นล้านบาทแน่







