
จับตาขรก.ผ่อนเงินกู้ไม่ไหว
กรุงไทยห่วงข้าราชการ-รายย่อยผ่อนเงินกู้ไม่ไหว หลังค่าครองชีพพุ่ง แบงก์ต้องยืดเวลาผ่อน ลดค่างวดช่วย
กรุงไทยห่วงข้าราชการ-รายย่อยผ่อนเงินกู้ไม่ไหว หลังค่าครองชีพพุ่ง แบงก์ต้องยืดเวลาผ่อน ลดค่างวดช่วย
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในลูกค้ากลุ่มข้าราชการซึ่งเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้ต่อรายได้ค่อนข้างสูง จึงเกรงว่าผลจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอาจมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
ขณะเดียวกันธนาคารยังได้ปรับกระบวนการคัดกรองลูกค้ารายใหม่ที่จะเข้ามาให้มีความเข้มงวดขึ้น เช่น การพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัย หากดูคุณสมบัติเบื้องต้นแล้วพบว่า ลูกค้าอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารจะดึงเรื่องเข้ามาให้ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาทั้งหมด
นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบกระแสเงินสดของลูกค้าเพื่อให้สะท้อนรายได้ที่แท้จริงของลูกค้ามากที่สุด หรือพิจารณาเงินที่คงเหลืออยู่ในบัญชีเงินฝากแต่ละเดือน โดยธนาคารได้ปรับอัตราส่วนรายได้ต่อการชำระหนี้ลูกหนี้ต้องมีรายได้มากกว่าหนี้ 1.5 เท่า จากเดิมที่ธนาคารเคยให้ต่ำกว่านี้ เนื่องจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ทำให้ภาระครอบครัวสูงขึ้น ขณะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารยังอยู่ที่ 30%
“เราต้องดูละเอียดมากขึ้น เงินเข้าออกในบัญชีสะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ บางรายเป็นหนี้หลายแบงก์ อาจมีเงินเหลือในบัญชีไม่พอจ่ายแล้ว”นายเวทย์ กล่าว
ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเพราะเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณไม่ดี แม้ว่าเอ็นพีแอลของสินเชื่อรายย่อยยังทรงตัว แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารเข้าไปยืดเวลาการผ่อนชำระ และลดวงเงินการผ่อนลงสำหรับสินเชื่อบ้าน ทำให้กลุ่มที่กำลังจะมีปัญหาสามารถประคองตัวต่อไปได้ กลยุทธ์ของเรานับจากนี้จะเกาะติดลูกค้าเก่าใกล้ชิด โดยในรายที่มีปัญหาจะเข้าไปขยายเทอมชำระให้ และคัดกรองรายใหม่เข้มขึ้น
นายเวทย์ กล่าวอีกว่า ธนาคารจะหันไปมุ่งเน้นลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กลุ่มแพทย์ ทนาย รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้านบาท และอยู่ในซัพพลายเชนของบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีสินเชื่อปล่อยใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จะเข้าไปใช้ข้อมูลจากเครดิตบูโรถี่ขึ้น เพื่อทบทวนสถานะของลูกหนี้และประวัติการชำระหนี้ และจะดูกระแสเงินสดของลูกค้าอย่างละเอียดมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดสำหรับการกู้เงินซื้อบ้านหลังที่ 2-3
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างหนี้บริษัท สหฟาร์ม ว่า ขณะนี้ธนาคารได้ข้อสรุปถึงวงเงินที่จะใส่เข้าไปช่วยเหลือลูกค้าเป็นการภายในแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากเจ้าหนี้รายอื่นก่อนจะขอทำแผนฟื้นฟูส่งไปยังศาล แนวทางเบื้องต้นจะแบ่งเงินออกเป็น 2 ก้อน คือ วงเงินฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง กับวงเงินก้อนใหญ่ที่เจ้าหนี้ต้องร่วมกันใส่เงินเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้







