posttoday
โกอาเซียนอย่าลืมสำรวจหลังบ้าน

โกอาเซียนอย่าลืมสำรวจหลังบ้าน

13 กันยายน 2556

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนและอัพเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนให้ภาคธุรกิจฟังหลายครั้ง ซึ่งนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ภาคเอกชนกำลังมุ่งไปแล้ว ผมยังได้เห็นความพร้อมในด้านอื่นๆ ของภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ด้วย

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนและอัพเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนให้ภาคธุรกิจฟังหลายครั้ง ซึ่งนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ภาคเอกชนกำลังมุ่งไปแล้ว ผมยังได้เห็นความพร้อมในด้านอื่นๆ ของภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ด้วย

การค้า การลงทุน ในประชาคมอาเซียนจะสัมฤทธิผลได้ บริษัทควรศึกษารูปแบบของระบบการเชื่อมโยงข้อมูล แบบฟอร์มเอกสาร ระบบการตรวจสอบ เครื่องมือสำหรับการกำหนดพิกัดอัตรา ราคา และถิ่นกำเนิดของสินค้าในทางภาษีศุลกากร และประเด็นอื่นๆ ของแต่ละประเทศ เพราะองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายสินค้า ทุน และการทำงานของพนักงานในระดับปฏิบัติการ

ผมได้ฟังกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรแลกเปลี่ยนความเห็นแล้วก็อุ่นใจได้ว่า ระบบของไทยพร้อมสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและก็ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับกับวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไป

แต่ถ้ามองในมุมกว้างกว่านั้น คือ ระบบของประเทศต่างๆ ในอาเซียนโดยรวม นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจศึกษาอย่างรอบคอบ เพราะยังมีช่องว่างระหว่างกันมาก

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต่างๆ ของหลายๆ ประเทศตระหนักในเรื่องนี้ และมีการหารือกันมาตลอดในการทำให้ระบบเหล่านี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความคล่องตัวในการทำธุรกรรมของภาคธุรกิจ

นอกจากจะพิจารณาถึงความพร้อมของแต่ละประเทศในเรื่องระบบที่จะรองรับธุรกรรมข้ามพรมแดนนี้แล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมควบคู่กันไปคือ การวางแผนโครงสร้างทางภาษีของบริษัท ด้วยโครงสร้างการเก็บอัตราภาษีที่ต่างกัน บริษัทควรถือหุ้นตรง หรือตั้งบริษัทโฮลดิงที่ประเทศใด เพราะเมื่อมีธุรกรรมข้ามประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินปันผลหรือกำไรกลับประเทศ การคิดอัตราภาษีและเงื่อนไข ข้อบังคับที่ต่างกันของแต่ละประเทศ ล้วนมีผลต่อผลประกอบการของบริษัท

เราอาจจะคุ้นเคยกับอาเซียนในเชิงการมุ่งสู่ตลาดเดียวกัน แต่ข้อกำหนดเรื่องภาษีเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศกำหนด ไม่ได้ผันแปรตามกรอบของประชาคมอาเซียน ดังนั้น ผู้ประกอบการจะพบกับเงื่อนไขของการคิดคำนวณภาษีที่ต่างกัน อาทิ รายจ่ายที่หักได้ทางภาษีมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน รูปแบบของการกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ที่ยังไม่อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้คือวางโครงสร้างภาษีให้ดีก่อน

แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การคำนวณรอบปีของคนไทยที่เข้าไปทำงานในประเทศแต่ละประเทศ ข้อตกลงเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีซ้อนที่ยังมีความแตกต่าง ก็อาจส่งผลต่อผลประกอบการได้หากผู้ประกอบการไม่ได้เปิดตำราเล่มเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ของประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น รอบภาษีของอินโดนีเซียและพม่าเป็นไปตามปีภาษี ของมาเลเซียเป็นตามปีปฏิทิน และของลาวคิดตามรอบ 1-2 เดือน เป็นต้น

ตลาดประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังตื่นเต้นและให้ความสำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแต่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่ขยับขยาย เราเห็นสัญญาณของบริษัทขนาดกลางในบางอุตสาหกรรมที่ขยับตัวมากขึ้น และเสียงตอบรับในการเข้าร่วมงานสัมมนา “เมียนมาร์ บิสิเนส ฟอรัม” ของ บริษัท เคพีเอ็มจี ที่จัดขึ้นที่เมืองย่างกุ้งเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำได้ดีถึงความสนใจของบริษัทนานาประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการพม่าเองด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมทีมให้พร้อมเพื่อลงรายละเอียดมากขึ้นในเรื่องการวางแผนโครงสร้างภาษี เพื่อให้การขยายธุรกิจของท่านราบรื่นและเติบโตตามวัตถุประสงค์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน