
จนระยะสุดท้าย
ถ้าเลือกเกิดได้ ใครๆ ก็อยากรวย ไม่มีใครอยากปากกัดตีนถีบ หรือเดินสู่ปากเหวของความจนระยะสุดท้าย ไร้บ้าน ไม่มีแม้แต่เกลือจะให้กิน
ถ้าเลือกเกิดได้ ใครๆ ก็อยากรวย ไม่มีใครอยากปากกัดตีนถีบ หรือเดินสู่ปากเหวของความจนระยะสุดท้าย ไร้บ้าน ไม่มีแม้แต่เกลือจะให้กิน
การเปิดประตูของพม่าหลังปิดประเทศมานานครึ่งศตวรรษ สร้างความหวังให้กับชาวพม่าว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น พวกเขาจะได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก
แม้ว่าคนจำนวนไม่น้อยจะได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศ แต่อีกด้านของเหรียญ ความเจริญกลับนำมาซึ่งต้นทุนค่าครองชีพที่แพงขึ้น และผลักไสผู้คนระดับล่างเข้าสู่ความจนระยะสุดท้าย ขณะที่คนรวยในพม่าก็ยิ่งรวยขึ้นๆ
ปัจจุบัน มีเศรษฐีพม่าราว 40 คน ที่ครอบครองความมั่งคั่งระดับ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่านั้น “เวลท์เอกซ์” ประเมินว่า ภายในปี 2565 เหล่าซูเปอร์ริชพม่าจะเพิ่มเป็น 307 คน ขณะที่จำนวนประชากรทั้งประเทศอยู่ที่กว่า 60 ล้านคน
แต่ภาพอีกด้าน พม่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียตะวันออก ธนาคารโลกประเมินว่า จีดีพีต่อคนต่อปีของพม่าอยู่ระหว่าง 800-1,000 เหรียญสหรัฐ
ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในพม่ายิ่งห่างมากขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นประเทศที่มีช่องว่างระหว่างคนรวยและจนมากที่สุดในโลก
น่าสังเกตว่า สถานการณ์นี้กำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อความเจริญย่างกรายเข้าสู่ประเทศแห่งนี้ ทำให้ต้นทุนค่าครองชีพแพงขึ้นมาก ผลักให้คนพม่าจำนวนไม่น้อยเดินข้ามเส้นไปอยู่ในเขตแดน “จนระยะสุดท้าย”
เห็นได้จากอดีตเมืองหลวงย่างกุ้ง ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของประเทศ แม้รัฐบาลจะย้ายเมืองหลวงแห่งใหม่ไปอยู่ที่เนย์ปิดอว์ ภาพของคนไร้บ้านและขอทานกำลังเพิ่มขึ้น อยู่หลังฉากที่สวยงามของภาพการเข้าไปลงทุนของธุรกิจต่างชาติ หลังพม่าเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
บนพื้นที่ขนาด 30 เอเคอร์บริเวณชานเมืองย่างกุ้ง ที่พระอุตตมะสาระยกให้เป็นสถานที่พักพิงของคนไร้บ้าน คลาคล่ำไปด้วยคนจนระยะสุดท้าย ซึ่งแห่มาจับจองอยู่อาศัยตามคำบอกเล่าปากต่อปาก จนถึงขณะนี้มีคนจนพม่าราว 2,400 ครอบครัวเข้ามาสร้างบ้านพักเล็กๆ บนพื้นที่นี้ และมีอีกหลายร้อยครอบครัวที่ไม่มีเงินทองพอที่จะจ่ายค่าก่อสร้างบ้านที่มั่นคงแข็งแรง ก็สร้างที่อยู่แบบง่ายๆ จากไม้ไผ่
คนเหล่านี้ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเงินซื้ออาหาร และต้องหารายได้ด้วยการขอทาน
เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้คนจนก้าวข้ามเส้นเป็นผู้ไร้บ้าน เป็นเพราะความต้องการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมากในพม่า ส่งผลให้ค่าเช่าบ้านแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บีบให้คนจนที่เคยมีเงินจ่ายบ้านเช่าราคาถูกต้องระเห็จออกมา เพราะไม่มีปัญญาหาค่าเช่ามาจ่ายได้พอ
ประเมินกันว่า ในปีนี้ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กในย่างกุ้งพุ่งพรวด 25% ขณะที่ราคาขายในบางพื้นที่ปรับเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า จากเมื่อ 2 ปีก่อน
ขณะนี้ที่ดินในย่างกุ้งแพงราวกับทองคำ เพราะนักลงทุนต่างชาติต้องการหาซื้อที่ดินสำหรับเข้าไปลงหลักปักฐานธุรกิจ ว่ากันว่าการจะหาซื้อที่ดินในย่านทำเลทองในย่างกุ้ง อาจต้องเตรียมเงินไว้จ่ายค่าที่ดินที่สูงถึง 700 เหรียญสหรัฐต่อตารางฟุต มากกว่าที่ดินแปลงสวยๆ บางแปลงในกรุงเทพฯ เสียอีก
การจะประคับประคองชีวิตให้อยู่ในระดับจนธรรมดาๆ จึงกลายเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับคนพม่าทุกวันนี้ ลำพังแค่การมีบ้านเล็กๆ ของตัวเองก็เป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมของคนจนระยะสุดท้ายในพม่า







