posttoday
ลดภาษีแบรนด์เนม

ลดภาษีแบรนด์เนม

13 กันยายน 2556

แนวคิดของกระทรวงการคลังในการปรับลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยจาก 30% เหลือแค่ 5% มีทั้งผลดีและผลเสียต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หลังจากโยนหินถามทางออกมา กระทรวงการคลังจึงได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้าน

แนวคิดของกระทรวงการคลังในการปรับลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยจาก 30% เหลือแค่ 5% มีทั้งผลดีและผลเสียต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หลังจากโยนหินถามทางออกมา กระทรวงการคลังจึงได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้าน

แน่นอนเสียงสนับสนุนคือเสียงของผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้แข่งกับฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งของภูมิภาค

ขณะเดียวกันอาจส่งผลดีต่อการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ เพราะอาจทำให้ผู้นิยมชมชอบแบรนด์เนมไม่ต้องไปช็อปไกลถึงต่างแดน แต่ประเด็นนี้ยังเป็นที่สงสัย เพราะขาช็อปตัวจริงนิยมไปซื้อของแบรนด์เนมที่แหล่งกำเนิดมากกว่าจะซื้อในประเทศไทย

ส่วนการกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้มามากขึ้น อันนี้ก็ต้องดูว่าจะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามามักจะมาซื้อสินค้าแบรนด์ไทยมากกว่า เช่น กระเป๋านารายา ที่ขายดีมากจนต้องต่อคิวซื้อ

ดังนั้น ในแง่ผลเสียที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ไทยอาจมีข้อที่ต้องกังวลมากกว่า อย่าลืมว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยชื่นชอบเที่ยวธรรมชาติที่มีทั้งชายหาด ทะเล ภูเขา น้ำตก เรียกว่าครบถ้วน ซึ่งเทียบไม่ได้กับสิงคโปร์หรือฮ่องกงที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ การที่เขาลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

หันกลับมาดูประเทศไทยอีกครั้ง ปัจจุบันนี้สินค้าอย่างโอท็อปหรือสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อยู่ระหว่างการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในหลายด้าน ซึ่งขอชื่นชมหน่วยงานรัฐที่ตั้งใจจริงในการสนับสนุน แต่การลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมกลับเป็นนโยบายที่สวนทางอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้แบรนด์ไทยแข่งขันยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีเสียงคัดค้านออกมา ทำให้กระทรวงการคลังอาจต้องปรับมาตรการใหม่ เช่น อาจไม่ลดภาษีสินค้าในกลุ่มเครื่องหนัง ลดเฉพาะกลุ่มน้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า โดยจะให้ รมว.คลัง กิตติรัตน์ ณ ระนอง พิจารณาสรุปอีกครั้งในปลายเดือน ก.ย.นี้

ส่วนผลจะเป็นอย่างไรคงต้องรอลุ้นกันอีกครั้ง และอยากให้ผู้เกี่ยวข้องคิดถึงผลกระทบให้รอบด้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ซึ่งทุกวันนี้มีข้อจำกัดมากมายในการแข่งขันในตลาด

จะสรุปการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้าแบรนด์เนม รองเท้าและกระเป๋า จากปัจจุบันจัดเก็บภาษีอยู่ 30% ให้เหลือแค่ 5%ซึ่งอัตราดังกล่าวจะเท่ากับการจัดเก็บภาษีนาฬิกา ให้นายกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาในปลายเดือนนี้

"ผลการศึกษาพบว่าไม่กระทบกับภาษีมากนัก แค่พันล้านบาทแต่กลุ่มเครื่องหนังของไทยอาจกระเทือนมาก จึงอาจจะไม่มีการปรับลดภาษีในกลุ่มกระเป๋า แต่น้ำหอม เครื่องสำอางเสื้อผ้า จะลดลงแน่นอน ซึ่งจะทำให้ร้านดิวตีฟรีต้องปรับตัว เพราะต่อไปนักท่องเที่ยวซื้อที่ไหนในประเทศไทยก็ได้" แหล่งข่าวเปิดเผย

โพสต์ทูเดย์เอกชนรุมถล่มลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยทำลายอุตสาหกรรมในประเทศ

ภายหลังจากกระทรวงการคลังได้เปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่เตรียมจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมหรูจากต่างประเทศเหลือ 0% จากปัจจุบันที่จัดเก็บภาษี 30% เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวไทยมากขึ้น ทางฝั่งเอกชนได้คัดค้านแนวคิดดังกล่าว โดยนายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า จะทำให้ผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอีและรายใหญ่ได้รับผลกระทบมาก และประเทศเสียดุลการค้า

นางเนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัยนายกสมาคมเครื่องหนังไทยกล่าวว่า การกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด สวนทางกับนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณมาช่วยเหลือด้านต่างๆ ไว้จำนวนมาก แต่การไหลเข้าของสินค้าต่างประเทศหากลดภาษีจะทำให้สินค้าไทยแบรนด์ของคนไทยแข่งขันยาก

ด้านนายวิศาล บุปผเวส นักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ยืนยันว่า ต่างชาติมาเที่ยวไทยไม่ได้เน้นที่จะมาซื้อของแบรนด์เนม หากอยากจะให้คนมาเที่ยวไทยมากขึ้น รัฐบาลควรจะเน้นความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากกว่า

"นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าแบรนด์เนมได้จากร้านค้าปลอดภาษีที่มีอยู่ทุกประเทศได้อยู่แล้วแนวคิดนี้เป็นแนวคิดโบราณสำหรับคนรวยสินค้าเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นของฟุ่มเฟือย เนื่องจากมีรายได้สูงสามารถซื้อหาได้ แต่การเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงก็เป็นการบิดเบือนกลไกตลาดเสรี" นายวิศาล กล่าว

หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องนี้นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง ก็ออกมาอธิบายว่าไม่มีนโยบายจะลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยทุกรายการ หากจะลดสินค้ารายการใดก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ

"ขณะนี้มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่แล้วขอให้รอดูความชัดเจนก่อน" นางเบญจา กล่าวจบ

โพสต์ทูเดย์ คลังแบไต๋ลดภาษีสินค้าหรูเหลือ 5% ไม่แตะเครื่องหนัง เซ็นทรัลหนุน

แหล่งข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จะสรุปการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้าแบรนด์เนม รองเท้าและกระเป๋า จากปัจจุบันจัดเก็บภาษีอยู่ 30% ให้เหลือแค่ 5%ซึ่งอัตราดังกล่าวจะเท่ากับการจัดเก็บภาษีนาฬิกา ให้นายกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาในปลายเดือนนี้

"ผลการศึกษาพบว่าไม่กระทบกับภาษีมากนัก แค่พันล้านบาทแต่กลุ่มเครื่องหนังของไทยอาจกระเทือนมาก จึงอาจจะไม่มีการปรับลดภาษีในกลุ่มกระเป๋า แต่น้ำหอม เครื่องสำอางเสื้อผ้า จะลดลงแน่นอน ซึ่งจะทำให้ร้านดิวตีฟรีต้องปรับตัว เพราะต่อไปนักท่องเที่ยวซื้อที่ไหนในประเทศไทยก็ได้" แหล่งข่าวเปิดเผย

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นแหล่งช็อปปิ้ง เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้เร่งดำเนินการ

นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ประธานกรรมการโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรจะกล้าหาญลดภาษี 0% ให้กับทุกสินค้าหากทำได้จะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลนี้เลยทีเดียว ภาษีที่เก็บได้จากส่วนนี้มีเพียงน้อยนิด เทียบไม่ได้กับโอกาสทางธุรกิจที่ไทยสูญเสียแก่คู่แข่ง เช่น มาเก๊า ฮ่องกงสิงคโปร์ และมาเลเซีย

นายสุทธิเกียรติ กล่าวว่าประเทศไทยต้องสร้างมิติใหม่ให้เป็นศูนย์บริการครบวงจร ไม่เช่นนั้นเราจะสู้เพื่อนบ้านไม่ได้มาเก๊า ฮ่องกงสิงคโปร์ และมาเลเซีย เขาสู้เราด้านทรัพยากรธรรมชาติไม่ได้ เขาจึงทำเป็นแหล่งช็อปปิ้ง และเพิ่มกาสิโนเพื่อหาจุดดึงดูดนักเดินทาง

"หากไทยทำเรื่องภาษีเพื่อดึงคนมาช็อปปิ้งสำเร็จ จะทำให้เรามีครบทุกอย่างที่ดึงดูดนักเดินทาง เพราะตอนนี้เราสู้คู่แข่งในอาเซียนไม่ได้ในด้านช็อปปิ้งอย่างเดียวเท่านั้น หากทำเรื่องนี้ได้สำเร็จก็เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศได้อีกมาก" นายสุทธิเกียรติ กล่าว nจบ

ขณะที่ปัญหาจากนโยบายของรัฐบาลเรื่องค่าแรง 300 บาท ก็ทำให้ผู้ประกอบการอาการหนักพออยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน