posttoday
ปฏิรูปศก.พื้นฐานหนทางตลาดเกิดใหม่"หนีตาย"

ปฏิรูปศก.พื้นฐานหนทางตลาดเกิดใหม่"หนีตาย"

13 กันยายน 2556

ขวัญหนีดีฝ่อกันไปตามๆ กัน เมื่อนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์จากหลายสถาบันชั้นนำทั่วโลกค่อนข้างเชื่อมั่นและเห็นตรงกันแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ขวัญหนีดีฝ่อกันไปตามๆ กัน เมื่อนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์จากหลายสถาบันชั้นนำทั่วโลกค่อนข้างเชื่อมั่นและเห็นตรงกันแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ โดยเริ่มอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้าหลังการประชุมเฟด

เหตุผลเพราะความเคลื่อนไหวข้างต้นจะทำให้ปริมาณมหาศาลของเงินเหรียญสหรัฐที่หมุนเวียนอยู่ในระบบการเงินทั่วโลกลดน้อยลง โดยกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจนอาจเกิดวิกฤต เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติแห่ขนเงินกลับเข้ากระเป๋าตัวเอง

ยืนยันได้จากข้อมูลรายงานการไหลเวียนของเงินทุนโดย ทอมป์สัน รอยเตอร์ส ที่ระบุว่า แค่เพียงเฟดส่งสัญญาณจะชะลอการซื้อคืนพันธบัตรเท่านั้น แม้จะยังไม่ลงมือทำจริง แต่บรรดานักลงทุนต่างก็แห่ถอนทุนจากตลาดพันธบัตรของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่แล้วกว่า 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค. ขณะที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ระหว่างเดือน พ.ค.ก.ย. ปรับลดลงถึง 12%

อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นฐานและโครงสร้างทางเศรษฐกิจของบางประเทศในกลุ่มนี้ยังคงเติบโตได้ดีในระดับที่สามารถแซงหน้าประเทศพัฒนาแล้วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังคาดหวังว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเติบโต 5% ในปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วถึง 4 เท่า ทำให้ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งกล่าวว่า สถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่านักลงทุนทั่วโลกจะเมินหน้าหนีประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

แต่หมายถึงว่า นับต่อจากนี้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่หวังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในระดับสูง จะไม่สามารถหว่านเงินลงทุนแบบไม่เลือกหน้าได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องพิจารณาการลงทุนของตนเองอย่างละเอียดรอบคอบ ขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็ไม่สามารถอยู่เฉยเป็นฝ่ายรอรับเงินของนักลงทุนเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา

เจมส์ ลอร์ด นักกลยุทธ์จากมอร์แกน สแตนเลย์ กล่าวว่า ด้วยอานิสงส์ของนโยบายผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) จากเฟด ทำให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายอะไรในการดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุน แต่สถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งหมายความว่าประเทศเหล่านี้ต้องทำงานหนักมากขึ้น ด้วยการเดินหน้าปฏิรูปตลาดการเงินของตนเอง

ความเห็นของลอร์ดสอดคล้องกับนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ระบุว่า การปฏิรูปของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ บราซิล เม็กซิโก หรือตุรกี ให้ตลาดการเงินในประเทศมีเสถียรภาพ มีระบบการลงทุนที่โปร่งใส มีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ และสามารถลดปริมาณการขาดดุลให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ ประโยชน์จากการปฏิรูประบบการเงินในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นี้ มีตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนระหว่างประเทศบราซิลและอินเดีย กับประเทศเม็กซิโกและเกาหลีใต้

ปัจจุบันการที่นักลงทุนแห่ถอนเงินออกจากตลาดการเงิน ส่งผลให้เศรษฐกิจของอินเดีย บราซิล รวมถึงตุรกีได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าประเทศอื่นๆ ที่จัดอยู่ในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่เหมือนกัน เห็นได้จากค่าเงินของประเทศที่ลดฮวบอย่างแรง โดยผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เป็นเพราะพื้นฐานทางเศรษฐกิจของทั้ง 3 ประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างชาติมาช่วยเรื่องการใช้จ่ายของตนเอง โดยยังไม่นับรวมปัญหาชวนปวดหัวอย่างภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราการเติบโตที่เริ่มซบเซาอย่างชัดเจน

ต้องยอมรับว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากรัฐบาลประเทศนั้นๆ สักเท่าไรนัก เนื่องจากมีเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาช่วยเกื้อหนุน แต่ทว่าเมื่อนักลงทุนเริ่มระมัดระวังรอบคอบมากขึ้น อินเดีย บราซิล และตุรกี จึงโดนตัดออกจากตัวเลือกการลงทุนในลำดับต้นๆ ของนักลงทุนโดยไม่มีลังเล

สถานการณ์ข้างต้นสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเม็กซิโกและเกาหลีใต้ โดยไม่ได้หมายความว่าทั้งสองประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากการแห่ถอนทุนของนักลงทุนต่างชาติ เพียงแต่ระดับความรุนแรงถือว่ายัง “เอาอยู่”

เห็นได้จากการที่สกุลเงินเปโซ เม็กซิโก และสกุลเงินวอน เกาหลีใต้ ในปีนี้ปรับตัวอ่อนค่าลงประมาณ 2% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ขณะที่สกุลเงินเรียล บราซิล ที่ลดลง 11% และสกุลเงินรูเปียห์ อินเดีย ที่ลดลงถึง 18% ยิ่งไปกว่านั้น มอร์แกน สแตนเลย์ ยังคำนวณพบว่า ปริมาณทุนสำรองต่างชาติของธนาคารกลางในอินโดนีเซีย ตุรกี ยูเครน และอินเดีย ลดฮวบอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

อันจุนโจว ผู้จัดการสินทรัพย์ของเมลลอน แคปปิตอล แมเนจเมนต์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า เป็นเหมือนคลื่นกระทบฝั่งที่เมื่อคลื่นล่าถอยไป ก็จะได้เวลาประจักษ์กันว่ามีอะไรนอนอยู่บนชายหาดบ้าง ซึ่งการที่ระดับสภาพคล่องลดน้อยลง ทำให้นักลงทุนต้องช่างเลือก โดยพุ่งเป้าพิจารณาไปที่ขีดความสามารถและศักยภาพในการเติบโตของประเทศนั้นๆ เป็นหลักใหญ่ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุนจะหลีกเลี่ยงอินเดียกับบราซิล

ด้าน แอนเดรียส์ คาลเดรอน ผู้จัดการสินทรัพย์จากบริษัท ฮันส์เบอร์เกอร์ โกลบอล อินเวสต์เมนต์ เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเสมือนความท้าทายยิ่งใหญ่ของประเทศกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่มากกว่าจะกลายเป็นวิกฤตฉุดรั้ง โดยประเทศเหล่านี้ต้องตระหนักแล้วว่า มาตรการที่ใช้รับมือในปัจจุบันอย่างการนำเงินสำรองมาใช้ หรือการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินของตนเอง เป็นเพียงมาตรการแก้ขัดที่ไม่สามารถแก้ปัญหาระบบการเงินของประเทศในระยะยาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ต้องใช้เงินลงทุนต่างชาติในการจัดการกับปัญหาการขาดดุลของตนเอง

สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ มาตรการที่ใช้อยู่ในขณะนี้เพียงแค่ช่วยซื้อเวลาได้สักระยะหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ใช่หนทางจีรังยั่งยืนที่จะปรับสมดุลเศรษฐกิจประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุชัดตรงกันว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต้องการเอาจริงเอาจังกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

คาลเดรอน ชี้แจงว่า รัฐบาลบราซิลต้องมุ่งปรับตลาดแรงงานให้มีความยืดหยุ่น และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ ฌอน ลินช์ นักกลยุทธ์จากเวลส์ ฟาร์โก ไพรเวต แบงก์ แนะว่า อินเดียต้องเริ่มพึ่งตัวเองด้วยการผ่อนคลายกฎการลงทุนและความเป็นเจ้าของกิจการของชาวต่างชาติในอินเดีย เพื่อให้เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศได้ต่อเนื่องไม่ขาดตอนเหมือนที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

ทั้งนี้ กุญแจสำคัญที่สุดสำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็คือ การลงมือปฏิรูปเสียที โดยลินช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านลงทุนจากเวลส์ ฟาร์โก กล่าวว่า หลายประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่มีการพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูป แต่ยังไม่มีประเทศไหนนำเอาแผนที่วางไว้มาลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังสักเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดหวังว่าด้วยปริมาณทุนต่างชาติที่ไหลออกจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเดินหน้าชะลอแผนคิวอีของเฟด สถานการณ์ดังกล่าวจะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสำคัญ

อย่างน้อยที่สุดก็คือ การผลักดันให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เหล่านี้ตระหนักเสียทีว่า การลงมือดำเนินการปฏิรูปนั้น “สำคัญ” และ “จำเป็น” เพียงใด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน