
บอร์ดคปภ.ยอมเพิ่มค่ารักษาประกันพรบ.
บอร์ดกองทุนผู้ประสบภัยไปเขียวเพิ่มคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นประกัน พ.ร.บ. เป็น 3 หมื่นบาท
บอร์ดกองทุนผู้ประสบภัยไปเขียวเพิ่มคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นประกัน พ.ร.บ. เป็น 3 หมื่นบาท
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ คปภ. ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 12 ก.ย. และได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มวงเงินความคุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้น ตามประกัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเป็น 3 หมื่นบาท จากเดิม 1.5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
“หลังจากนี้จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ทันก่อนสิ้นปีนี้” นายประเวช กล่าว
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เปิดเผยว่า การเพิ่มความคุ้มครองดังกล่าว ทำให้กองทุนประสบภัยจากรถมีภาระต้องจ่ายค่าสินไหมในกรณีที่ผู้ประสบภัยถูกรถชนแล้วหนีหรือถูกรถที่ไม่มีประกันชนเพิ่มขึ้นเป็นอีกปีละ 7080 ล้านบาท จากเดิมอยู่เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 60 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรณีของบริษัทประกันภัยที่ต้องจ่ายค่าสินไหมตามกรมธรรม์ประกัน พ.ร.บ.นั้น คาดว่าจะทำให้มีต้นทุนค่าสินไหมต่อเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7% ซึ่งโดยภาพรวมแล้วจะมีผู้ประสบภัยจากรถที่เข้าข่ายได้ค่าเสียหายเบื้องต้นปีละประมาณ 5 หมื่นราย
สำหรับสาเหตุหลักที่ต้องเพิ่มความคุ้มครองขึ้นอีก เนื่องจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันมีการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% ทำให้ค่ารักษาพยาบาลที่กำหนดไว้นานแล้วไม่เพียงพอกับการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ ซึ่ง คปภ.ก็ได้มีการหารือกับภาคเอกชนทั้งหมดถึงตัวเลขดังกล่าวแล้ว และได้รับความร่วมมืออย่างดี
ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับเงื่อนไขความคุ้มครองของประกัน พ.ร.บ.ทั้งหมดนั้น จะ
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า หากดูจากต้นทุนค่าสินไหมต่อเบี้ยประกันแล้ว ความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นภาคธุรกิจยังพอรับได้ โดยมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณ 600 ล้านบาท
“บริษัทที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดไม่ใช่เอกชน แต่คงเป็นบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เนื่องจากรับประกันภัย พ.ร.บ.ให้กับรถจักรยานยนต์ 100% ซึ่งมีสถิติเกิดอุบัติเหตุด้วยตัวเองมากที่สุด และคาดว่าจะทำให้อัตราค่าสินไหมต่อเบี้ยประกันจาก 90% เพิ่มเป็นเกือบ 100%” นายอานนท์ กล่าว







