
คลังดื้อแพ่งกู้เงินพรก.น้ำ
พงษ์ภาณุระบุกู้ได้เพราะอิงกฎหมายมหาชน4ธนาคารไม่มั่นใจชะลอปล่อยกู้ไปก่อน
พงษ์ภาณุระบุกู้ได้เพราะอิงกฎหมายมหาชน4ธนาคารไม่มั่นใจชะลอปล่อยกู้ไปก่อน
คลัง ยันเงินกู้ พ.ร.ก.น้ำ 3.5 แสนล้านไม่สะดุด ชี้การกู้เงินของรัฐอิงกับกฎหมายมหาชน
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านรายจ่ายและหนี้สิน เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ยังสามารถเดินหน้าโครงการกู้เงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เพราะเป็นโครงการที่มีการลงนามในสัญญาไว้แล้วว่า จะเป็นการทยอยเบิกจ่ายตามความคืบหน้าของงาน
“การกู้เงินของรัฐจะอิงกับกฎหมายมหาชน ไม่ได้อิงกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่จำเป็นต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมก่อนถึงจะถือว่าสัญญาสมบูรณ์” นายพงษ์ภาณุ กล่าว
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลัง ลงนามในสัญญาเงินกู้ (Term Loan) กับธนาคาร 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย วงเงินรวม 3.24 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเวลาทยอยชำระคืนต้นเงินกู้ 4 ปี นับจากวันเบิกจ่ายเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยรายปีคำนวณโดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน (FDR) บวกส่วนต่าง สามารถทยอยเบิกจ่ายได้เป็นรายปีงบประมาณ มีโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบและอนุมัติแล้วดังนี้ คือ โครงการบริหารจัดการน้ำระยะเร่งด่วน วงเงิน 2.56 หมื่นล้านบาท โครงการเพื่อการออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนวงเงิน 2.91 แสนล้านบาท โครงการจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการวงเงิน 8,731 ล้านบาท แผนงานสนับสนุนโครงการระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน วงเงิน 4,607 ล้านบาท แผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและดิน วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
แผนยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยมีระยะเวลาเบิกจ่ายเงินกู้ระหว่างปี 2556–2561
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ขณะนี้สถาบันการเงินที่ได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลัง ยังชะลอการปล่อยกู้ในโครงการนี้ไว้ก่อน เพื่อรอความชัดเจนหลังเอ็นจีโอ ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวโทษนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง และนายพงษ์ภาณุ ในข้อกล่าวหาว่าการกระทำของบุคคลทั้งสอง เข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 165







