
ม็อบทำพิษสั่งเลื่อนจัด"ไทยแฟล็กซ์"
งานแสดงสินค้าอาหาร ไทยแฟล็กซ์ เจอโรคเลื่อน หลังม็อบทำพิษ ผู้ร่วมงานห่วงความปลอดภัย ด้านประธานหอการค้าวอนรัฐบาลรีบจัดการม็อบก่อนเศรษฐกิจไทยแย่ภายใน 8 – 12 เดือน
งานแสดงสินค้าอาหาร ไทยแฟล็กซ์ เจอโรคเลื่อน หลังม็อบทำพิษ ผู้ร่วมงานห่วงความปลอดภัย ด้านประธานหอการค้าวอนรัฐบาลรีบจัดการม็อบก่อนเศรษฐกิจไทยแย่ภายใน 8 – 12 เดือน
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า จากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศไทยในขณะนี้ทำให้ ผู้จัดการงานได้แก่ กรมส่งเสริมการส่งออก หอการค้าไทย และบริษัท โคโลญ เมสเซ่ ตัดสินใจเลื่อนการจัดการงานแสดงสินค้าอาหาร ไทยแฟล็กซ์ ออกไปเป็นวันที่ 30 มิ.ย. – 4 ก.ค. จากวันที่ 12 – 16 พ.ค. โดยหวังว่าในช่วงเวลาดังกล่าวสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งงานดังกล่าวจะเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ระดับเอเชียงานแรกที่จัดขึ้น และจะสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจให้กับประเทศไทย
สำหรับงานอื่นๆ ที่กรมส่งเสริมการส่งออกจะดำเนินการ เช่น งานแสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2553 หรือ TAPA 2010 ยังคงเดินหน้าจัดงานตามปกติ ส่วนงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง ปี 2553 ที่ผ่านมา แม้ว่าผู้เข้าร่วมงานจะลดลงไปบ้าง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากทวีปยุโรป แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เจรจาทางการค้ากับคู่ค้าในภูมิภาคอื่นๆ
นายไมเคิล เดรเยอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโลญ เมสเซ่ ผู้จัดงานแสดงสินค้า เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจผู้สมัครเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารไทยแฟล็กซ์จนถึงขณะนี้มีเพียง 1,300 รายเท่านั้น โดยลดลงมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีผู้สมัครเข้าชมงานกว่า 6,000 ราย อันเนื่องมาจากความกังวลกับสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทยเป็นหลัง
ทางด้านผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานจนถึงขณะนี้แม้จะมีความเป็นห่วงกับปัญหาการเมืองในประเทศไทยแต่ทุกรายยังคงเดินหน้าเข้าร่วมงานดังกล่าว ยังไม่พบการยกเลิก และในปีนี้มีผู้เข้าร่วมออกงานเพิ่มขึ้นราว 20% โดยเฉพาะผู้ประกอบการจากต่างประเทศในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าตัว หรือจาก 145 รายในปีที่ผ่านมา เป็น 241 รายในปีนี้
อย่างไรก็ตามการเลื่อนการจัดงานออกไป ทางผู้จัดงานจะต้องประชาสัมพันธ์การจัดงานใหม่ รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการบางรายที่ขนส่งสินค้ามาเพื่อเตรียมการออกบูธแล้ว แต่ไม่สามารถจัดงานได้ตามกำหนด โดยทางผู้จัดงานได้เตรียมงบไว้สำหรับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และการส่งเสริมการจัดงานไว้แล้วราว 1 แสนยูโร หรือคิดเป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท
ทางด้าน นายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ทางหอการค้าและผู้ประกอบการธุรกิจทั้งในและต่างประเทศต้องการให้รัฐบาลรีบจัดการกับปัญหาการเมืองภายในประเทศให้เร็วที่สุด รวมถึงการแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับปัญหามาบตาพุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ มิเช่นนั้นแล้วทั้งนักลงทุน และนักธุรกิจจากต่างประเทศจะไม่มาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเปลี่ยนคู่ค้าจากผู้ประกอบการชาวไทยไปยังประเทศอื่นๆ ที่พยายามแข่งขันกับประเทศไทยอยู่ เช่น เวียนาม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในขณะนี้ยอดการส่งออกของประเทศไทยจะยังดีอยู่ และมีอัตราการเติบโตเป็นอย่างมากนั้น เป็นเพราะประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และพร้อมที่จะสั่งสินค้า และอาหารจากประเทศไทย แต่หากประเทศไทยยังมีปัญหาทางการเมืองอย่างยืดเยื้อจะส่งผลกระทบในระยะยาว หรืออีก 8 – 12 เดือน ข้างหน้า ยอดการส่งออก และการลงทุนอาจจะลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2554 อย่างแน่นอน
“ต้องยอมรับว่าไม่มีผู้ประกอบการจากที่ใดจะทำการค้ากับคู่ค้า หรือผู้ประกอบการในประเทศที่ไม่สงบ การเมืองไม่แน่นอนมีการผันแปรตลอดเวลา รวมถึงมีเหตุการณ์ความรุนแรงภายในประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้ว จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยต้องวางแผนการดำเนินงานเศรษฐกิจในระยะยาว มากกว่ามองในระยะสั้น ดังนั้นตัวเลขการส่งออกที่ดีในขณะสืบเนื่องมาจากการสั่งซื้อในปีที่ผ่านมา และเมื่อต้นปี แต่หากปัญหาการเมืองยังคงเป็นเช่นนี้อยู่ การสั่งซื้อในปีหน้าอาจจะลดลงก็ได้” นายดุสิต กล่าวเพิ่มเติม







