posttoday
เอกชนหนุนแปรรูปยางจี้เร่งปล่อยเงินกู้ 1.5 หมื่นล.

เอกชนหนุนแปรรูปยางจี้เร่งปล่อยเงินกู้ 1.5 หมื่นล.

11 กันยายน 2556

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ยังเป็นประเด็นร้อนของรัฐบาล สำหรับการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว โดยการเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการ

แนวคิดเบื้องต้นของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับมอบหมายดำเนินการ คือการขอความร่วมมือผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมทั้งกลุ่มยางล้อพาหนะ ถุงมือยาง ยางยืด และอื่นๆ ที่มีการใช้ยางพาราประมาณ 90% ของการใช้น้ำยางดิบทั้งหมดของภาคอุตสาหกรรม ให้เพิ่มกำลังการผลิตให้เต็มที่ภายในปี 2557 และเมื่อรวมกับโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเริ่มผลิตในปี 2557 ซึ่งรวมแล้วจะทำให้ปีหน้ามีความต้องการยางพาราในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 7.5 แสนตัน จากปีนี้ที่คาดว่าจะต้องการใช้ 5.27 แสนตัน และเพิ่มเป็น 1 ล้านตันในปี 2558

“วิฑูรย์ สิมะโชคดี” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อผลักดันให้ได้เป้าหมายดังกล่าวเอกชนเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดำเนินการได้แต่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งเบื้องต้นได้ตั้งคณะทำงานที่จะมีตัวแทนจากทั้งกระทรวงและเอกชนเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาภาพรวม รวมถึงจะเป็นทีมที่เข้าไปประสานกับธนาคารออมสินเพื่อกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ที่สามารถกู้เงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในกลุ่มต่างๆ ยังมีข้อเสนอมายังกระทรวง ซึ่งจะรับไปเพื่อให้คณะทำงานพิจารณาและผลักดันต่อไป โดยในกลุ่มยางล้อพาหนะเสนอให้มีการกำหนดมาตรฐานบังคับของยางล้อให้เป็นไปตามมาตรฐานอาเซียนเพื่อป้องกันสินค้าราคาถูก แต่คุณภาพต่ำ ที่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย เช่น สินค้าจากประเทศจีน ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ไปเร่งออกมาตรฐานบังคับผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ ให้ครอบคลุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยต่อผู้ซื้อในต่างประเทศรวมถึงประเทศอาเซียนเพื่อยกระดับการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ สมอ.ได้เตรียมการที่จะประกาศมาตรฐานบังคับสำหรับยางรถยนต์นั่งและสำหรับยางรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์ในต้นปี 2557 นี้ นอกจากนี้เอกชนยังขอให้ภาครัฐเร่งลงทุนในส่วนของสนามและห้องทดสอบยานยนต์เพื่อให้การทดสอบมาตรฐานทำได้อย่างครอบคลุม

วิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยาง ขอให้เร่งผลักดันสินเชื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนกลุ่มผู้ผลิตยางยืดขอให้รัฐพิจารณาภาษียางแปรรูปและผลิตภัณฑ์ยาง เนื่องจากเห็นว่าส่วนนี้จะสร้างผลกระทบต่อการส่งออก รวมถึงแก้ไขการทุ่มตลาดของประเทศในตะวันออกกลาง

ด้านกลุ่มยางวิศวกรรมที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์กันกระเทือน ปูฝ้าย หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนประสิทธิภาพการผลิต ออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และปรับเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างให้ซื้อของไทยก่อน

"เรามั่นใจว่าการร่วมกันครั้งนี้ของภาครัฐและเอกชนจะร่วมผลักดันให้ความต้องการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ 7.5 แสนตันในปี 2557 และ 1 ล้านตันในปี 2558"วิฑูรย์ กล่าว

ด้าน “ชโย ตรังอดิศัยกุล” ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหารายางตกต่ำด้วยการแทรกแซงราคาให้เพิ่มขึ้นสูงกว่าตลาดโลกเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าซึ่งไม่ควรจะเป็นนโยบายดำเนินการระยะยาว เพราะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง โดยในแง่ของผู้ผลิตนั้นเห็นว่าการแก้ไขที่จะดำเนินการได้ดีสุดคือการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มในการส่งออกเพื่อดันราคาตลาดโลกให้สูงขึ้น

ดังนั้นภายใน 1-2 เดือนนี้ ต้องการเห็นความชัดเจนถึงแนวทางการปล่อยกู้ที่ ครม.ได้มีมติช่วยเหลือโรงงานแปรรูปยางพาราวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะช่วยลดภาระต้นทุนเงินกู้ได้ และช่วยให้เอกชนมีขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยคาดว่าเงินกู้ที่ปล่อยรอบนี้มีผลต่อการขยายโรงงานในช่วงปี 2558-2559 นอกจากนี้ภาครัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อสินค้าจากวัตถุดิบยางของไทย โดยเร่งออกมาตรฐานบังคับต่างๆ และเร่งลงทุนสร้างห้องทดสอบและสนามทดสอบยานยนต์ด้วย

ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาท แต่สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการได้อีกมากด้วยการลดต้นทุนการทดสอบต่างๆ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการยังต้องส่งสินค้าไปทดสอบและขอการรับรองมาตรฐานในต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน